親愛的廣場用戶們,新年即將開啟,我們希望您也能在 Gate 廣場上留下專屬印記,把 2026 的第一句話,留在 Gate 廣場!發布您的 #我的2026第一帖,记录对 2026 的第一句期待、願望或計劃,與全球 Web3 用戶共同迎接全新的旅程,創造專屬於你的年度開篇篇章,解鎖廣場價值 $10,000 新年專屬福利!
活動時間:2025/12/31 18:00 — 2026/01/15 23:59(UTC+8)
🎁 活動獎勵:多發多獎,曝光拉滿!
1️⃣ 2026 幸運大獎:從全部有效貼文中隨機抽取 1 位,獎勵包含:
2026U 仓位體驗券
Gate 新年限定禮盒
全年廣場首頁推薦位曝光
2️⃣ 人氣新年貼 TOP 1–10:根據發帖量及互動表現綜合排名,獎勵包含:
Gate 新年限定禮盒
廣場精選貼 5 篇推薦曝光
3️⃣ 新手首貼加成獎勵:活動前未在廣場發帖的用戶,活動期間首次發帖即可獲得:
50U 仓位體驗券
進入「新年新聲」推薦榜單,額外曝光加持
4️⃣ 基礎參與獎勵:所有符合規則的用戶中隨機抽取 20 位,贈送新年 F1 紅牛周邊禮包
參與方式:
1️⃣ 帶話題 #我的2026第一条帖 發帖,內容字數需要不少於 30 字
2️⃣ 內容方向不限,可以是以下內容:
寫給 2026 的第一句話
新年目標與計劃
Web3 領域探索及成長願景
注意事項
• 禁止抄襲、洗稿及違
收益:評估投資回報的重要維度
ในการเงินและการลงทุน ค่า yield เป็นตัวชี้วัดพื้นฐานที่ช่วยนักลงทุนประเมินประสิทธิภาพของการสนใจทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น พันธบัตร หรือสินทรัพย์อื่น ๆ การเข้าใจ Yield อย่างลึกซึ้งจะช่วยให้การตัดสินใจลงทุนมีฐานข้อมูลที่มั่นคง
Yield คืออะไร: ทำความรู้จักกับตัวชี้วัดอัตราผลตอบแทน
Yield หรือ ค่า yield คือจำนวนเงินที่สินทรัพย์หนึ่งสร้างให้แก่ผู้ลงทุน เมื่อเทียบกับมูลค่าเดิมของการลงทุน โดยแสดงออกมาในรูปแบบร้อยละ Yield ไม่ได้คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์เอง แต่เน้นไปที่กระแสรายได้ที่ไหลมาจากการถือครองหรือการให้เช่าสินทรัพย์นั้น
ตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนซื้อหุ้นในราคา 100 บาท แล้วได้รับเงินปันผล 5 บาทต่อปี ค่า yield ของการลงทุนนี้คือ 5% ไม่ว่าราคาหุ้นจะสูงหรือต่ำลงไป
ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนด Yield
ค่า yield ไม่ได้เกิดขึ้นมาแบบสุ่ม แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการที่นักลงทุนต้องเข้าใจ
ประเภทของสินทรัพย์ที่ลงทุน นำบทบาทสำคัญในการกำหนดอัตราผลตอบแทน สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หุ้นเติบโต มักมี Yield ที่สูงกว่า เนื่องจากต้องชดเชยความเสี่ยงที่มาพร้อมกับความผันผวนของตลาด ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ มักให้ Yield ที่ต่ำกว่า
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงิน เป็นปัจจัยนอกตัวบุคคล ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อ Yield อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางกำหนด การขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ล้วนสร้างผลกระทบต่อระดับผลตอบแทน
ระยะเวลาการลงทุน ยิ่งนักลงทุนพร้อมที่จะอดทนในระยะยาว Yield ที่คาดหวังก็มักจะสูงขึ้น เนื่องจากมีเวลาให้ผลตอบแทนทบต้นและเจริญเติบโต
ระดับความเสี่ยง ที่ผู้ลงทุนพร้อมรับนั้นเป็นพื้นฐานในการเลือกประเภทสินทรัพย์ เช่น นักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสูงอาจลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ขณะที่ผู้ระมัดระวังจะเลือกตราสารหนี้
นโยบายของบริษัทหรือหน่วยงาน ที่ออกสินทรัพย์นั้นกำหนด Yield ได้เช่นกัน บริษัทที่ตัดสินใจจ่ายเงินปันผลสูง หรือลงทุนในวิจัยและพัฒนา จะมีผลต่อการประเมินและคาดการณ์ Yield
วิธีการคำนวณ Yield: สูตรและตัวอย่างการประยุกต์ใช้
การคำนวณ ค่า yield ขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์ที่ลงทุน เช่น การลงทุนในตราสารหนี้ใช้สูตร:
Yield = ((ราคาปัจจุบัน – ราคาซื้อ) / ราคาซื้อ) × 100%
การรู้จักสูตรพื้นฐานนี้ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถทำการเปรียบเทียบสินทรัพย์ต่าง ๆ และตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ
ประเภท Yield ที่นักลงทุนควรรู้จัก
Dividend Yield: ผลตอบแทนจากเงินปันผล
Dividend Yield วัดอัตราส่วนระหว่างเงินปันผลที่บริษัทจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นเทียบกับราคาตลาดของหุ้น
ตัวอย่าง: บริษัท X จ่ายเงินปันผล 8 บาทต่อหุ้น ขณะที่ราคาตลาดอยู่ที่ 160 บาท Dividend Yield = (8 / 160) × 100 = 5%
หมายความว่าหากลงทุนที่ราคาตลาดปัจจุบัน ผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผล 5% ต่อปี
Earnings Yield: ผลตอบแทนจากกำไรของบริษัท
Earnings Yield เป็นการวัดกำไรสุทธิต่อหุ้นเมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากำไรสุทธิที่บริษัทสร้างนั้นมีกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับราคาการลงทุน
ตัวอย่าง: บริษัท Y มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 4 บาท และราคาตลาดคือ 80 บาท Earnings Yield = (4 / 80) × 100 = 5%
Bond Yield: ผลตอบแทนจากตราสารหนี้
Bond Yield แสดงถึงผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยที่ลงทุนจะได้รับจากการถือพันธบัตร คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยต่อปีหารด้วยมูลค่าตราสารหนี้
ตัวอย่าง: นักลงทุนซื้อพันธบัตรมูลค่า 1,200 บาท มีอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี Bond Yield = (72 / 1,200) × 100 = 6%
Mutual Funds Yield: ผลตอบแทนจากกองทุนรวม
กองทุนรวมสร้างรายได้มาจากสองแหล่ง: เงินปันผลจากหุ้นที่กองทุนถือครอง และดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ ค่า Yield ของกองทุนคำนวณโดยนำรายได้รวมทั้งหมดหารด้วยมูลค่าสุทธิ
ตัวอย่าง: กองทุนรวม Z สร้างรายได้รวม 120 บาท ในขณะที่มูลค่าสุทธิของกองทุนคือ 1,500 บาท Mutual Funds Yield = (120 / 1,500) × 100 = 8%
ความแตกต่างระหว่าง Yield และ Return
นักลงทุนมือใหม่มักสับสนระหว่างสองคำนี้ แม้ว่าทั้งสองต่างหมายถึงผลตอบแทน แต่มีความหมายที่แตกต่างกัน
Yield คือผลตอบแทนที่คาดหวังจะได้รับจากการถือครองสินทรัพย์ ไม่รวมการเปลี่ยนแปลงราคา เช่น เงินปันผลต่อปีจากหุ้นที่ถือครอง
Return หรือผลตอบแทนที่ได้รับจริง นั้นรวมทั้งรายได้จากเงินปันผลหรือดอกเบี้ย บวกกับกำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงราคาสินทรัพย์
ตัวอย่างการเปรียบเทียบ: หากซื้อหุ้นในราคา 100 บาท รับเงินปันผล 5 บาท แล้วราคาหุ้นขึ้นไปเป็น 110 บาท ค่า Yield คือ 5% (เฉพาะเงินปันผล) แต่ Return คือ 15% (5 บาทปันผล บวก 10 บาทกำไรจากการขึ้นราคา)
Yield ของตลาดหุ้นและการวิเคราะห์
ตลาดหุ้นมี Yield หลายประเภท ผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้จากการลงทุนในหุ้นควรเข้าใจความแตกต่างระหว่างแต่ละประเภท
Dividend Yield ของตลาดหุ้นนั้นคำนวณจากการนำเงินปันผลที่บริษัทจ่ายหารด้วยราคาหุ้นปัจจุบัน แล้วคูณด้วย 100% การเปรียบเทียบ Dividend Yield ของบริษัทต่าง ๆ ช่วยให้ผู้ลงทุนเลือกหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลดีกว่า
Earnings Yield ของตลาดหุ้นมีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นว่าบริษัทนั้นสร้างกำไรได้มากเพียงใดเมื่อเทียบกับราคาหุ้น ผู้ลงทุนสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการประเมินว่าหุ้นนั้นมีมูลค่าสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป
สินทรัพย์ใดให้ Yield สูงที่สุด
คำตอบไม่มีหนึ่งเดียว เพราะมันขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและความเสี่ยงที่นักลงทุนพร้อมรับ
หุ้น โดยเฉพาะหุ้นเติบโตสามารถให้ Yield ที่สูงมากในระยะยาว แต่มาพร้อมกับความผันผวนและความเสี่ยงสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีระยะเวลาลงทุนยาว
อสังหาริมทรัพย์ ให้ผลตอบแทนปานกลางถึงสูง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ให้เช่า ซึ่งสามารถสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามต้องการการลงทุนเงินก้อนใหญ่และมีค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา
ตราสารหนี้ เช่นพันธบัตรรัฐบาล ให้ Yield ที่ต่ำกว่าแต่ก็มีความเสี่ยงต่ำกว่ามาก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเสถียรภาพ
สกุลเงินดิจิทัล ให้ผลตอบแทนที่สูงมากแต่มีความเสี่ยงที่สูงมากด้วย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความรู้เพียงพอและยอมรับความเสี่ยง
กองทุนรวม ให้ความยืดหยุ่นในการเลือก Yield ตามระดับความเสี่ยงที่ต้องการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการกระจายความเสี่ยง
สรุป: Yield เป็นเครื่องมือสำคัญ
Yield หรือค่า yield เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการประเมินประสิทธิภาพของการลงทุน อันช่วยให้ผู้ลงทุนเปรียบเทียบสินทรัพย์ต่าง ๆ และตัดสินใจลงทุนอย่างมีข้อมูล การเข้าใจ Yield อย่างลึกซึ้ง รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อ Yield จะทำให้คุณสามารถสร้างกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับสถานะการเงินและเป้าหมายของตนได้
สิ่งสำคัญคือการจดจำว่า Yield ที่สูงมักมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูง ดังนั้นนักลงทุนต้องทำสมดุลระหว่างการแสวงหาผลตอบแทนสูงกับการรักษาสภาพของเงินลงทุนอย่างยุติธรรม