## ธุรกิจต้องเข้าใจ Fixed Cost กับ Variable Cost ให้ชัด ไม่งั้นจะแพง



เมื่อจัดการธุรกิจ คำถามแรกที่ต้องถามตัวเองคือ: "เงินไหลไปไหน" เพราะต้องแยกให้ชัดว่าค่าใช้จ่ายไหนติดตัวเราแบบ "ไม่ว่าขายได้หรือขายไม่ได้ก็ต้องจ่าย" กับค่าใช้จ่ายไหนที่ "ขายมากก็เพิ่ม ขายน้อยก็ลด" ความรู้เรื่อง fixed cost และ variable cost นี่คือพื้นฐานของการตัดสินใจทุกอย่างในธุรกิจ ตั้งแต่เก็บกำไรแค่ไหน ถึงราคาต้องตั้งเท่าไหร่ ลงทุนไหนคุ้มไม่คุ้ม

## Fixed Cost แปลว่าอะไร และเป็นทำไมถึงเป็นศัตรูที่ต้องจัดการ

**Fixed Cost (ต้นทุนคงที่)** คือค่าใช้จ่ายที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าปีนี้คุณขายสินค้าได้ 100 ชิ้น 1,000 ชิ้น หรือ 1 ชิ้น ค่านี้ก็คงเดิม ซึ่งถ้าคิดมากไป fixed cost นี่คือภาระผูกพันที่บริษัทต้องรับไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

### ความเป็นจริงของ Fixed Cost ที่ต้องรู้

ลักษณะเด่นของ fixed cost คือมันยืดหยุ่นต่ำ - ลดไม่ได้ง่ายๆ ทำให้ธุรกิจจำเป็นต้องคิดวางแผนการเงิน รายได้ ต้นทุน และเป้าหมายกำไร ให้สมดุลและสมเหตุสมผล เพราะถ้าคุณกำหนดราคาขายสินค้า/บริการไม่ให้คลุมค่า fixed cost ได้ คุณจะเสียเงิน แม้จะมีลูกค้ามาเยอะแยะ

บริษัทที่เข้าใจ fixed cost ดี จะสามารถวางแผนจุดคุ้มทุน คำนวณกำไรขั้นต่ำที่ต้องการ และลดความเสี่ยงได้ดีกว่า ทำให้พอปัญหาธุรกิจหรือตลาดเปลี่ยนไป ก็ยังสามารถปรับตัวได้ไม่ยากนัก

### ตัวอย่าง Fixed Cost ที่ธุรกิจต้องจ่ายทุกเดือน

**ค่าเช่าอาคาร/สำนักงาน/โรงงาน** - นี่คือค่าที่จ่ายจ่ายปกติ ไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าทีมทำงานกันบ้านหรือขายได้จำนวนเท่าไหร่

**เงินเดือนพนักงาน** - โดยเฉพาะพนักงานประจำหรือผู้บริหาร เขาจ้าง ก็ต้องจ่ายเงินเดือน ไม่ว่ายอดขายดีหรือไม่ดี

**ค่าประกัน** - บริษัทจำเป็นต้องประกันทรัพย์สิน ทรัพยากร เพื่อป้องกันความเสี่ยง ค่านี้จึงคงที่ทุกเดือน

**ค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักร/อุปกรณ์** - เมื่อซื้อเครื่องจักรแล้ว ค่าเสื่อมราคาจะคิดคงเดิมทุกเดือน/ปี

**ดอกเบี้ยเงินกู้** - ถ้าบริษัทกู้เงินจากธนาคาร ดอกเบี้ยนี่เป็นค่าคงที่ที่ต้องจ่ายตามตารางจนกว่าคืนเงินเสร็จ

## Variable Cost มีบทบาทเหมือนไรในธุรกิจ

**Variable Cost (ต้นทุนผันแปร)** เป็นค่าตรงกันข้ามกับ fixed cost - มันเปลี่ยนไปตามปริมาณการผลิตหรือการขาย สินค้าขายได้เยอะ ต้นทุนนี้ก็จะเพิ่มขึ้น สินค้าขายได้น้อย ต้นทุนนี้ก็ลดลง ทำให้ variable cost มีความยืดหยุ่นสูง

### เพราะเหตุใด Variable Cost ถึงเป็นตัวเปลี่ยนเกม

ต้นทุนผันแปรมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการผลิต/ขาย คุณควบคุมได้ง่ายกว่า ถ้าต้องการลดต้นทุน ปรับการผลิต ประหยัดวัตถุดิบ ลดคนงาน ย่อขนาดการจัดส่ง ล้วนแล้วแต่เป็นทางออกที่สามารถทำได้

### ตัวอย่าง Variable Cost ที่ปรับได้ตามปริมาณการผลิต

**วัตถุดิบและส่วนประกอบ** - ทำสินค้า 1 ชิ้น ต้องใช้วัตถุดิบหนึ่งเซ็ต ทำ 100 ชิ้น ต้องใช้ 100 เซ็ต ค่านี้จึงเพิ่มขึ้นตามปริมาณสินค้า

**ค่าแรงคนงาน (Direct Labor)** - ถ้ามีระบบ คนงานที่ทำการผลิตสินค้าโดยตรง ค่าจ้างนี้จึงสัมพันธ์กับปริมาณการผลิต

**ค่าพลังงาน/ไฟฟ้า/น้ำ** - ยิ่งผลิตเยอะ ยิ่งใช้พลังงานมาก ค่านี้จึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

**วัสดุบรรจุภัณฑ์** - ซื้อกล่องห่อสินค้า ก็ต้องคิดตามจำนวนหน่วยที่ผลิต/ขาย

**ค่าขนส่ง/ค่าจัดส่ง** - ส่งของเยอะก็ใช้เงินขนส่งเยอะ ส่งของน้อยก็ใช้เงินน้อย

**ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย** - ถ้ากำหนดให้พนักงานขายได้ % เวลายอดขายเพิ่มขึ้น ค่า commission ก็เพิ่มตามไปด้วย

## Fixed Cost vs Variable Cost: ความแตกต่างที่ต้องเข้าใจให้ลึก

จริงๆ แล้ว ถ้าเข้าใจ fixed cost กับ variable cost ได้ดี ธุรกิจจะสามารถตัดสินใจลงทุนในเครื่องจักร ซื้อวัสดุ หรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน ได้อย่างชาญฉลาด ยกตัวอย่างเช่น ค่าแรงงานโดยตรงของบริษัทสูงมาก ก็อาจนำไปสู่การตัดสินใจซื้อเครื่องจักรอัตโนมัติ เพื่อแลกเปลี่ยนจาก variable cost สูงเป็น fixed cost ที่เสถียร

| ลักษณะเปรียบเทียบ | Fixed Cost | Variable Cost |
|---|---|---|
| **การเปลี่ยนแปลง** | ไม่เปลี่ยน ตามปริมาณการผลิต | เปลี่ยนตรง ตามปริมาณการผลิต |
| **การควบคุม** | ยากต่อการลด ยืดหยุ่นต่ำ | ควบคุมได้ ยืดหยุ่นสูง |
| **ตัวอย่างทั่วไป** | เช่า เงินเดือน ประกัน ดอกเบี้ย | วัตถุดิบ ค่าแรง พลังงาน บรรจุภัณฑ์ |
| **ความจำเป็น** | ต้องจ่าย แม้ไม่มีการผลิต | เสียต่อเมื่อมีการผลิต |

## ทำไมต้องรวม Fixed Cost และ Variable Cost เข้าด้วยกัน

**Total Cost** คือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด = Fixed Cost + Variable Cost

เมื่อนำเอา fixed cost และ variable cost มารวมกัน บริษัทจะได้ภาพชัด ว่าต้นทุนทั้งหมดเป็นเท่าไหร่ เมื่อผลิตสินค้าต่างระดับ นี่คือข้อมูลสำคัญที่ใช้ตัดสินใจ:

**กำหนดราคาขาย** - ต้องตั้งราคาให้สูงกว่า total cost แล้วยังเหลือกำไร

**วางแผนการผลิต** - ต้องรู้ว่าต้องผลิต/ขายกี่ชิ้นจึงจะคุ้มทุน (Break-even Point)

**ตัดสินใจลงทุน** - การซื้อเครื่องจักรจะเพิ่มค่า fixed cost สูงขึ้น แต่อาจลดค่า variable cost ลง ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าคุ้มหรือไม่

**ตรวจสอบและควบคุมต้นทุน** - เมื่อรู้โครงสร้างต้นทุนแล้ว ก็สามารถหาพื้นที่ที่ต้องประหยัด ปรับปรุงได้

**ประเมินความเสี่ยง** - ถ้าตลาดเปลี่ยน ยอดขายลดลง บริษัทรู้ว่ากำไรจะเหลือเท่าไหร่

## สรุปให้ชี้ชัด

ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) กับ ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) ไม่ใช่แค่เพื่อบัญชีหรือการศึกษาเท่านั้น มันเป็นหัวใจของการตัดสินใจธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา การผลิต การลงทุน การจัดการสินไหม หรือการสร้างโครงสร้างต้นทุนที่ยั่งยืน ธุรกิจที่เข้าใจและจัดการได้ดีจะมีความมั่นคงทางการเงิน ลดความเสี่ยง และสามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น เพราะพวกเขารู้ตัวเลขทุกตัว และรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อตลาดเปลี่ยนไป
此頁面可能包含第三方內容,僅供參考(非陳述或保證),不應被視為 Gate 認可其觀點表述,也不得被視為財務或專業建議。詳見聲明
  • 讚賞
  • 留言
  • 轉發
  • 分享
留言
0/400
暫無留言
  • 熱門 Gate Fun

    查看更多
  • 市值:$6067.55持有人數:2
    11.23%
  • 市值:$3603.44持有人數:1
    0.00%
  • 市值:$3628.16持有人數:2
    0.00%
  • 市值:$4185.01持有人數:2
    2.78%
  • 市值:$3617.67持有人數:2
    0.00%
交易,隨時隨地
qrCode
掃碼下載 Gate App
社群列表
繁體中文
  • 简体中文
  • English
  • Tiếng Việt
  • 繁體中文
  • Español
  • Русский
  • Français (Afrique)
  • Português (Portugal)
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
  • بالعربية
  • Українська
  • Português (Brasil)