This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
ช่วงเวลาผ่อนผันภาษีคริปโตเคอเรนซี, กำหนดอัตราผลตอบแทนด้วยวิธีการซื้อขาย
ให้การเลื่อนภาษีคริปโตสำหรับนักลงทุนเกาหลีไม่ใช่แค่การต่ออายุแนวทางนโยบายเท่านั้น ช่วงเวลาประมาณ 10 เดือนจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นโอกาสสุดท้ายในการเลือกว่าจะเข้าร่วมตลาดในโครงสร้างแบบใด เพราะแม้จะเคลื่อนไหวในราคาเดียวกัน แต่ผลตอบแทนสุดท้ายจะต่างกันอย่างมากขึ้นอยู่กับวิธีการเทรด
ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป การเก็บภาษีรายได้จากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเรื่องปกติ นักลงทุนจึงต้องคำนวณผลตอบแทนหลังภาษีก่อนวางกลยุทธ์ ในขณะที่เกาหลีใต้ยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ภาษีไม่เข้าแทรกแซงการตัดสินใจเทรดโดยตรง ความแตกต่างนี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นในกลยุทธ์การเทรดระยะสั้นที่เน้นการทำกำไรในช่วงเวลาสั้นๆ
การเลื่อนภาษีเป็นโอกาสชั่วคราว… เวลาหนึ่งปีที่เหลืออยู่คือช่วงเวลาทองในการเลือกโครงสร้าง
การเลื่อนเก็บภาษีคริปโตทำให้ตลาดเกาหลีใต้ยังคงไม่มีการเก็บภาษีจากกำไรการเทรดอย่างน้อย 10 เดือน ซึ่งเดิมรัฐบาลวางแผนจะเก็บภาษี 20% จากกำไรการโอน แต่ได้เลื่อนวันบังคับใช้เป็นวันที่ 1 มกราคม 2027
เหตุผลสำคัญคือ ทุกกำไรจากการเทรดก่อนปี 2027 จะเป็นของนักลงทุนเต็มๆ ซึ่งหมายความว่าสามารถสะสมผลตอบแทนแบบทบต้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี ยิ่งเทรดบ่อยครั้ง ความแตกต่างนี้ก็จะยิ่งขยายตัวมากขึ้น
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ช่วงเวลานี้ไม่ใช่แค่การรอคอย แต่เป็นช่วงเวลาที่สามารถปรับกลยุทธ์การเข้าร่วมตลาดได้อย่างมีเป้าหมาย การตัดสินใจในตอนนี้อาจเป็นรากฐานสำคัญของผลการลงทุนหลังปี 2027
CFD เริ่มต้นโดยไม่ต้องมีวอลเล็ต ลดความกังวลด้านความปลอดภัยและภาระการจัดการ
แม้ความสนใจในตลาดคริปโตจะกลับมา แต่ก็ยังมีอุปสรรคด้านความปลอดภัยและการจัดการคีย์ส่วนตัวอยู่ เช่น การสูญหายของ Seed Phrase หรือความเสี่ยงจากการถูกแฮ็ก ซึ่งอาจทำให้ทรัพย์สินสูญเสียไปทั้งก้อน
ข่าวความปลอดภัยของเหรียญ Solana บน Upbit ก็เป็นตัวอย่างที่ทำให้ความกังวลนี้เพิ่มขึ้นอีก CFD ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างแท้จริง ไม่จำเป็นต้องมีวอลเล็ตแยก ไม่ต้องเก็บ Seed Phrase และสามารถเปิดบัญชีและเทรดได้ทันที คล้ายกับการซื้อขายหุ้น ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมมาตรการปกป้องเงินของลูกค้า
เนื่องจากไม่ต้องถือครองเหรียญโดยตรง จึงลดความเสี่ยงจากการถูกแฮ็กและโจรกรรมทางไซเบอร์ นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระด้านความปลอดภัยและความกังวลใจทางจิตใจ ทำให้เทรดโดยเน้นที่ราคาและกลยุทธ์ได้เต็มที่ นี่คือข้อได้เปรียบสำคัญของวิธีการเทรดแบบ CFD
สินทรัพย์จริง vs CFD ผลต่างสำคัญที่กำหนดผลตอบแทนระยะสั้น
แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ภาษีคริปโตเลื่อนออกไปเหมือนกัน แต่โครงสร้างการเทรดก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพอย่างมาก โดยเฉพาะในกลยุทธ์การเทรดระยะสั้นและสวิงเทรด
การเทรดในตลาดไทย เช่น Upbit หรือ Bithumb กับ CFD มีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ความแตกต่างพื้นฐานคือทิศทางของการเทรด การเทรดในสินทรัพย์จริงเน้นไปที่การเดิมพันว่าราคาจะขึ้นเท่านั้น ในขณะที่ตลาดขาลงหรือแนว sideways ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรอ การเทรด CFD สามารถตอบสนองทั้งขึ้นและลง ทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในช่วงตลาดผันผวน
ด้านประสิทธิภาพการใช้ทุนก็แตกต่างกัน การเทรดในสินทรัพย์จริงต้องใช้เงินเต็มจำนวนตามขนาดของตำแหน่ง ในขณะที่ CFD สามารถใช้เลเวอเรจ ช่วยให้เทรดด้วยเงินน้อยลงแต่เข้าถึงตลาดได้มากขึ้น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับเทรดระยะสั้น
ค่าธรรมเนียมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง บนแพลตฟอร์มในประเทศ ค่าธรรมเนียมจะเกิดทั้งตอนซื้อและขาย ยิ่งเทรดบ่อย ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งบานปลาย บางแพลตฟอร์ม CFD ไม่มีค่าธรรมเนียมการเทรด ทำให้เหมาะกับกลยุทธ์เทรดระยะสั้นที่เน้นการทำกำไรหลายรอบ
ด้านการบริหารความเสี่ยง CFD มีฟังก์ชัน Stop Loss และ Take Profit ให้ใช้งานง่าย สามารถกำหนดความเสี่ยงได้แน่นอนตั้งแต่เริ่มต้น ต่างจากการเทรดในสินทรัพย์จริงที่ผู้เทรดต้องคอยติดตามราคาเอง ซึ่งความผันผวนรุนแรงจะส่งผลต่อผลกำไรขาดทุนอย่างชัดเจน
หลุดจากกับดัก ‘หุ้นคริปโต’ และประเมินคุณค่าการเปิด Exposure โดยตรงใหม่
นักลงทุนเกาหลีเริ่มสนใจในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น MicroStrategy หรือ Bitmain มากขึ้น ซึ่งเป็นการลงทุนในหุ้นแทนการถือครองเหรียญโดยตรง
แนวคิดเบื้องหลังคือ เชื่อว่าหากราคาบิทคอยน์ขึ้น หุ้นที่เกี่ยวข้องก็จะขึ้นตาม แต่ข้อมูลจริงแสดงให้เห็นว่านี่เป็นความเชื่อที่ไม่แน่นอนนัก
เมื่อเปรียบเทียบผลระยะยาว 7-10 ปี พบว่า บิทคอยน์ให้ผลตอบแทนสะสมสูงมาก ขณะที่หุ้น MicroStrategy กลับให้ผลตอบแทนจำกัด และบางช่วงก็มีความผันผวนและลดลงมากกว่าด้วยซ้ำ ในระยะสั้นความแตกต่างนี้จะชัดเจนขึ้น
บริษัทที่เป็นกลุ่ม DAT เช่น Bitmain บางช่วงอาจมีการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นใน 6 เดือนก็อาจขึ้นเป็นร้อยเท่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของตลาดและการไหลเข้าของทุนมากกว่าราคาบิทคอยน์โดยตรง
เมื่อเข้าสู่ช่วงปรับฐาน ตลาดจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บางบริษัทอาจออกหุ้นเพิ่มทุนหรือออกตราสารแปลงสภาพ ทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นและส่วนแบ่งลดลง ราคาหุ้นร่วงลงโดยไม่ขึ้นกับราคาบิทคอยน์ ผลลัพธ์คือ คุณอาจคิดว่าลงทุนในเหรียญ แต่จริงๆ แล้วเป็นการรับความเสี่ยงจากการบริหารและการเงินของบริษัทด้วย
หุ้นกลุ่ม ‘คริปโตหุ้น’ จึงไม่ใช่การลงทุนในคริปโตโดยตรง แต่เป็นการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีปัจจัยด้านผลประกอบการ การระดมทุน และกลยุทธ์บริหารที่เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ โดยเฉพาะในช่วงตลาดผันผวน ความแตกต่างนี้อาจส่งผลต่อผลตอบแทนอย่างรุนแรง
ภาวะเลื่อนภาษีคริปโต: โครงสร้างการเทรดในช่วงเวลาที่เหลือเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
ในสภาพปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเลือกเส้นทางที่ซับซ้อนเกินไป เพราะเกาหลีใต้ยังคงมีการเลื่อนเก็บภาษีคริปโตอยู่ และสามารถเทรดโดยตรงตามราคาที่เคลื่อนไหวได้อย่างโปร่งใส โครงสร้างนี้จึงเป็นทางเลือกที่ง่ายและชัดเจนกว่าการลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นที่มีความเสี่ยงด้านบริษัท
ในบริบทนี้ CFD เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการลดทุนของบริษัทหรือการบริหารทางการเงิน เพียงแค่ติดตามราคาบิทคอยน์เท่านั้น
สิ่งสำคัญคือ การเลือกว่าจะเข้าร่วมตลาดด้วยวิธีใด ไม่ใช่แค่ ‘ซื้ออะไร’ แต่เป็น ‘เข้าโครงสร้างแบบไหน’ ที่จะทำให้เข้าถึงการเคลื่อนไหวของราคาได้ดีที่สุด ข้อมูลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า การลงทุนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย ภาษี หรือความผันผวนของบริษัท เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้
เวลาที่เหลือจนถึงปี 2027 ไม่ใช่เวลามากนัก ช่วงประมาณ 10 เดือนสุดท้ายของการเลื่อนภาษีคริปโตคือโอกาสสุดท้ายที่ภาครัฐให้มา การตัดสินใจว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไรขึ้นอยู่กับนักลงทุนเอง สิ่งที่ซื้อไปและวิธีการเทรดจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ในระยะยาวมากขึ้น โอกาสนี้เป็นเวลาที่ควรพิจารณาอย่างใจเย็นและรอบคอบในทางเลือกต่างๆ ที่โครงสร้างเปิดให้