This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
การคำนวณเปอร์เซ็นต์: วิธีที่ดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานให้คุณได้เปรียบ?
วันนี้หลายคนคิดเกี่ยวกับการตัดสินใจทางการเงิน — ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชี การลงทุน หรือการกู้ยืมเงิน การคำนวณดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่กำหนดความสำเร็จของแผนการเงินของคุณ
ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไรและทำไมจึงสำคัญ
ดอกเบี้ยทบต้นไม่ใช่เพียงแค่ดอกเบี้ยที่ค้างรับจากจำนวนเงินต้นเท่านั้น แต่หมายถึงดอกเบี้ยที่ได้รับจากดอกเบี้ยเดิม — หรือพูดอีกอย่างคือ ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากดอกเบี้ยที่สะสมไว้แล้ว นี่เรียกว่ารูปแบบ “เกลียวแห่งการเติบโตของรายได้”
ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงิน 10,000 ดอลลาร์ในบัญชี หลังจากหนึ่งปี คุณจะได้รับดอกเบี้ยไม่เพียงแต่จากจำนวนเงินต้นเดิมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงดอกเบี้ยที่ดอกเบี้ยอื่น ๆ “ได้รับ” ด้วย เมื่อเวลาผ่านไป ตัวเลขนี้จะสะสมในรูปแบบของค่าสัมประสิทธิ์
สูตรทางคณิตศาสตร์: จะคำนวณดอกเบี้ยทบต้นอย่างไร?
สูตรหลักในการคำนวณดอกเบี้ยทบต้นคือ:
A = P(1 + r/n)^{nt}
โดยที่:
อย่างที่เห็น สูตรนี้แสดงให้เห็นว่า ยิ่งจำนวนครั้งที่ดอกเบี้ยถูกคำนวณบ่อยเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ตัวอย่างในโลกความเป็นจริง: จะเกิดอะไรขึ้นกับบัญชีของคุณ?
ลองนึกภาพว่าคุณลงทุน 10,000 ดอลลาร์ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี หากเป็นระยะเวลา 5 ปี และดอกเบี้ยถูกคำนวณทุกปี จำนวนเงินสุดท้ายจะอยู่ที่ประมาณ 12,166.53 ดอลลาร์
นั่นหมายความว่าอะไร? หมายความว่าการลงทุนเริ่มต้นของคุณเพิ่มขึ้น 2,166.53 ดอลลาร์ หากคุณใช้ดอกเบี้ยแบบธรรมดา (ไม่ทบต้น) รายได้จะอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์เท่านั้น ความแตกต่างคืออะไร? 166.53 ดอลลาร์ — รายได้เพิ่มเติมจากดอกเบี้ยทบต้นที่ทำให้เงินของคุณเติบโตมากขึ้น
ลองนึกภาพว่าหากดอกเบี้ยถูกคำนวณเป็นรายเดือนหรือรายวัน ผลสุดท้ายจะเป็นเท่าไหร่? ความถี่ในการคำนวณดอกเบี้ยจะเพิ่มผลตอบแทนสุดท้าย เนื่องจากทุกครั้งที่ดอกเบี้ยถูกคำนวณ ฐานเงินต้นจะเพิ่มขึ้น และรอบต่อไปก็จะคำนวณจากฐานที่ใหญ่ขึ้นเช่นกัน
ดอกเบี้ยเงินกู้: ด้านที่ต้องระวัง
และนี่คือด้านลึกของเรื่องจริง บางครั้งดอกเบี้ยทบต้นก็เป็นอันตรายต่อการเงินของคุณ หากไม่ระวัง อาจทำให้หนี้สินเติบโตอย่างรวดเร็ว
สมมติว่าคุณกู้เงิน 10,000 ดอลลาร์ โดยมีอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี หากปีนั้นเลื่อนออกไป ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 500 ดอลลาร์เท่านั้น
แต่ถ้าดอกเบี้ยถูกคำนวณเป็นรายเดือน (เช่น ดอกเบี้ยทบต้นรายเดือน) คุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมประมาณ 511.62 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 11.62 ดอลลาร์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หนี้สินจะเติบโตอย่างรวดเร็ว หากคุณไม่สามารถชำระคืนเป็นประจำได้
พลังของเวลา: ทำไมควรเริ่มลงทุนเดี๋ยวนี้?
นี่คือจุดสำคัญ: เวลาคือเพื่อนที่ดีที่สุดของดอกเบี้ยทบต้น ยิ่งคุณเริ่มลงทุนเร็วเท่าไหร่ เงินของคุณก็จะมีเวลามากขึ้นในการเติบโตและสร้างผลตอบแทนมากขึ้นตามกาลเวลา
การคำนวณดอกเบี้ยโดยทั่วไปแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จสูงสุดเกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มต้นเร็วที่สุด ดอกเบี้ยทบต้นเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความมั่งคั่งและสะสมทรัพย์สินในระยะยาว