คำอธิบายรูปทรงวิดจ์ที่กำลังขึ้น: มันเป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงในตลาดคริปโตจริงหรือ?

คุณสังเกตเห็นคริปโตเคอร์เรนซีที่กำลังขึ้นอย่างมั่นคง ทำจุดสูงสุดใหม่ทุกวัน รู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่สมบูรณ์แบบที่จะเข้าซื้อใช่ไหม นักเทรดหลายคนตกอยู่ในกับดักนี้โดยเข้าใจผิดว่ารูปแบบ wedge ที่กำลังขึ้นเป็นสัญญาณแนวโน้มขาขึ้นที่แท้จริง ความจริงคือ รูปแบบกราฟนี้มักจะเป็นสัญญาณตรงกันข้ามกับที่เห็น ทำให้เป็นหนึ่งในสัญญาณภาพที่อันตรายที่สุดในเทรดคริปโต การเข้าใจว่ารูปแบบ wedge ที่กำลังขึ้นนั้นแท้จริงเป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง อาจเป็นความแตกต่างระหว่างการจับแนวโน้มต่อเนื่องและการถูกพลิกกลับอย่างรวดเร็ว

ทำไม Rising Wedges ถึงดูเหมือนเป็นแนวโน้มขาขึ้นแต่กลับบ่งบอกการกลับตัวเป็นขาลง

ในเบื้องต้น รูปแบบ wedge ที่กำลังขึ้นดูเหมือนเป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างสมบูรณ์ ราคาเดินหน้าขึ้นไปสูงสุดใหม่และเด้งกลับจากระดับต่ำที่สูงขึ้น เป็นรูปแบบกราฟที่ทำให้เทรดเดอร์เกิด FOMO—กลัวพลาดโอกาสในการขึ้นรุนแรงนี้ แต่ความจริงคือ ในเชิงเทคนิค ภาพลักษณ์อาจหลอกได้เสมอ และรูปแบบนี้ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปลอมตัว

เบื้องลึกลงไปในแท่งเทียนที่ขึ้นเรื่อย ๆ จะซ่อนความอ่อนแออยู่ เมื่อราคาของคริปโตเคอร์เรนซียังคงขึ้นไป แต่ปริมาณการซื้อขาย (volume) กลับลดลง น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งบ่งบอกว่ามีผู้ซื้อที่แท้จริงน้อยลงเท่านั้น ความแตกต่างระหว่างราคาที่ขึ้นและ volume ที่ลดลงคือสัญญาณที่แท้จริงของ wedge นี้

รูปแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้ซื้อเริ่มไม่แน่ใจ ขณะที่ผู้ขายยังคงรออยู่ แต่ละเด้งของราคาที่เด้งขึ้นจากแนวรับแสดงให้เห็นว่ามีผู้เข้าร่วมตลาดน้อยลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดแรงผลักดันก็หมดไป เมื่อราคาทำลายแนวรับลงไปพร้อม volume ที่พุ่งขึ้น นั่นคือจุดเริ่มต้นของการกลับตัวลงอย่างรุนแรง—ซึ่งเป็นเหตุผลที่รูปแบบนี้ได้รับชื่อเสียงในฐานะตัวบ่งชี้ขาลง

การระบุรูปแบบ: สิ่งที่เทรดเดอร์ควรสังเกต

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า wedge ที่กำลังขึ้นกำลังจะเกิดขึ้นก่อนที่จะทำให้คุณตกใจ? รูปแบบนี้มีโครงสร้างที่ชัดเจนและพัฒนาขึ้นในหลาย ๆ ช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับกรอบเวลาที่คุณวิเคราะห์

จุดเด่นที่สุดคือ รูปทรงของมัน: เส้นแนวโน้มสองเส้นที่คดเข้าหากันสร้างช่องแคบที่ลาดขึ้นไป รูปแบบนี้คือการเชื่อมเส้นแนวรับ (support) และเส้นแนวต้าน (resistance) ถ้าเส้นแนวรับขึ้นชันกว่ามีแนวโน้มเป็น wedge แบบคลาสสิก รูปทรงนี้คือชื่อของรูปแบบ

การเคลื่อนไหวของราคาภายในช่องนี้เป็นแรงกดดันขึ้นอย่างต่อเนื่อง—แต่ละเด้งสูงขึ้นกว่าเดิม และแต่ละครั้งที่ราคาถอยกลับก็ยังคงอยู่เหนือจุดต่ำก่อนหน้า สำหรับสายตาที่ไม่ได้ฝึก อาจมองว่านี่เป็นพฤติกรรมขาขึ้นตามตำรา แต่ความจริงคือ รูปแบบนี้เป็นสัญญาณเตือน ราคากำลังถูกบีบเข้าไปในช่วงแคบลงเรื่อย ๆ เหมือนสปริงที่รอปล่อย คำถามไม่ใช่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่เป็นทิศทางที่ราคาจะทะลุออกไปต่างหาก

สัญญาณ volume ที่บ่งบอกแนวโน้มขาลงที่กำลังมา

ปัจจัยสำคัญคือ volume ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าใจว่าทำไม wedge ที่กำลังขึ้นถึงเป็นขาลง แม้จะดูเหมือนเป็นแนวโน้มขาขึ้นก็ตาม แพลตฟอร์มกราฟส่วนใหญ่มักแสดง volume เป็นแท่งด้านล่างของกราฟราคา โดยใช้สีเขียวสำหรับการซื้อและสีแดงสำหรับการขาย

เมื่อเปรียบเทียบ volume ปัจจุบันกับค่าเฉลี่ยในช่วงที่เกิด wedge คุณจะสังเกตว่าแท่ง volume นั้นสั้นและเบากว่ามาก นี่คือสัญญาณที่ขัดแย้งกับแนวโน้มราคาที่ขึ้นอยู่จริง ลองคิดดู ถ้าการซื้อที่แท้จริงเป็นแรงผลักดันให้ราคารุ่งขึ้น คุณจะเห็น volume ที่แข็งแรงและชัดเจน แต่ในความเป็นจริง กลับเป็น volume ที่บางเบาและราคายังคงขึ้นอยู่ นี่เป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน

ความแตกต่างของ volume นี้เผยให้เห็นความเป็นจริงเบื้องล่างของรูปแบบว่า การขึ้นของราคาเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่น เทรดเดอร์ที่เข้ามาในช่วงต้นของ wedge อาจทำกำไรแล้ว แต่ไม่ได้ซื้อเพิ่มอย่างจริงจัง ผู้ซื้อใหม่ก็ยังไม่เข้ามาอย่างเต็มที่ ราคาจึงยังคงขึ้นต่อไป เพราะแรงขายยังไม่พอที่จะกดลง แต่เมื่อแรงขายเริ่มออกมา แม้ในปริมาณปานกลาง ก็จะไม่มีแรงซื้อเข้ามาเพื่อสนับสนุนระดับราคา นั่นคือจุดที่การกลับตัวรุนแรงเกิดขึ้น

Rising Wedge กับ Bull Flag: ทำไมความแตกต่างนี้จึงสำคัญต่อการเทรดของคุณ

เป็นเรื่องง่ายที่จะสับสนระหว่าง rising wedge กับ bull flag เพราะทั้งสองรูปแบบมีลักษณะการเคลื่อนไหวของราคาในแนวขึ้นและปรากฏบนกราฟในลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ทั้งสองบอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเกี่ยวกับอารมณ์ตลาดและผลต่อการเทรด

Bull flag เป็นรูปแบบต่อเนื่องที่เทรดเดอร์มองว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้น เริ่มจากการขึ้นอย่างแรงด้วย volume สูง (เรียกว่า “เสาธง”)—แท่งเขียวใหญ่ที่ทะลุขึ้นอย่างชัดเจน แสดงความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ หลังจากนั้น ราคาจะเข้าสู่ช่วงพักตัวสั้น ๆ ซึ่งอาจเป็น sideways หรือถอยลงเล็กน้อย แต่ด้วย volume ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การพักตัวนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ความแตกต่างสำคัญคือ Bull flag คาดว่าจะเป็นแนวโน้มขาขึ้นต่อไป หลังจากเด้งระหว่างแนวรับและแนวต้านของ flag นี้หลายรอบ เทรดเดอร์คาดว่าราคาจะแตกทะลุแนวต้านด้วย volume ที่สูงกว่าปกติ เพื่อให้แนวโน้มเดิมต่อเนื่อง Volume ที่ฟื้นตัวเป็นกุญแจสำคัญ—มันบ่งบอกความสนใจในการซื้อที่กลับมาอีกครั้ง

ในทางตรงกันข้าม Rising wedge มีการเคลื่อนไหวของราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีแรงผลักดันจาก volume ที่แข็งแรงในช่วงแรก และที่สำคัญคือ volume ค่อย ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่างจาก bull flag ที่มี volume สูงในจุดเริ่มต้นและเมื่อ breakout ก็มี volume สูงตาม รูปแบบ rising wedge จึงเป็นสัญญาณเตือนว่าราคาอาจจะทะลุลงด้านล่างมากกว่า

รูปแบบ volume ที่แตกต่างกันระหว่างสองรูปแบบ

ความแตกต่างของ volume ในแต่ละรูปแบบเป็นสิ่งที่บ่งชี้ได้ดี ใน bull flag คุณจะเห็น volume สูงในช่วงเสาธง, ลดลงในช่วงพักตัว, แล้ว volume สูงอีกครั้งเมื่อทะลุแนวต้าน ซึ่งเป็นการยืนยันว่ารูปแบบเป็นแนวโน้มต่อเนื่อง

ในขณะที่ rising wedge volume มักจะลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งรูปแบบ ไม่มีการพุ่งขึ้นเข้าสู่รูปแบบและไม่มี volume ที่คาดว่าจะพุ่งขึ้นในช่วง breakout แต่เมื่อ volume พุ่งขึ้นจริง มักจะเป็นในช่วงที่ราคาทะลุแนวรับด้านล่าง ซึ่งเป็นการยืนยันการกลับตัวเป็นขาลง ไม่ใช่เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า

เปลี่ยนสัญญาณขาลงเป็นโอกาสในการเทรด

การเข้าใจว่า rising wedge เป็นสัญญาณขาลงไม่ได้หมายความว่าคุณต้องนั่งดูราคาเคลื่อนไหวเฉย ๆ เทรดเดอร์หลายคนใช้ประโยชน์จากรูปแบบนี้โดยวางตำแหน่งเพื่อรับมือกับการเคลื่อนไหวลงที่คาดไว้

แนวทางทั่วไปคือ เข้าทำ short หรือใช้เครื่องมืออนุพันธ์เช่น put option หรือ short perpetual เมื่อ wedge ถึงจุดสูงสุดและราคาทะลุแนวรับ พร้อม volume ที่พุ่งขึ้นเป็นสัญญาณยืนยันว่าฝ่ายขายเริ่มครองตลาดและการกลับตัวนี้เป็นของจริง ไม่ใช่ false break

เพื่อประมาณว่าราคาจะลงไปเท่าไหร่หลังจากรูปแบบเสร็จสิ้น เทรดเดอร์ใช้เทคนิควัดระยะ: วัดความสูงจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดของ wedge แล้วลบออกจากแนวต้าน (บนสุดของ wedge) เป้าหมายนี้ไม่ได้รับประกัน แต่เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลในการทำกำไรจากการ short เช่น ถ้าราคาอยู่ที่ $10,000 ถึง $12,000 แล้วทะลุลงไป ก็อาจคาดการณ์ว่าราคาจะลดลงประมาณ $2,000 ไปที่ $10,000 เป็นระดับทำกำไร ซึ่งแม้ตลาดอาจไม่เป็นไปตามคาด แต่ก็เป็นกรอบแนวคิดที่ช่วยให้มีวินัยในการออก

การป้องกันความเสี่ยงในรูปแบบ wedge

แม้ว่า rising wedge จะเป็นรูปแบบที่มีประวัติการบ่งชี้แนวโน้มขาลงที่ดี แต่ไม่มีอะไรที่แน่นอน 100% การทะลุแนวรับอาจเป็น false breakout ซึ่งราคากลับขึ้นมาเร็วและทำให้เทรดเดอร์ที่ short ไปเสียเงินได้ การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญ

คำสั่ง stop-loss จึงเป็นเครื่องมือสำคัญ เทรดเดอร์ที่เปิด short ในช่วง wedge มักวาง stop-loss ไว้เหนือแนวต้านของรูปแบบเล็กน้อย เพื่อป้องกันการเกิด false move เมื่อราคาทะลุแนวรับและเกิดการกลับตัวจริง ๆ ก็จะออกโดยอัตโนมัติ การวาง stop-loss อย่างรอบคอบช่วยลดความเสี่ยงและควบคุมความเสียหายได้ดี

นอกจากนั้น เทรดเดอร์ที่ฉลาดยังใช้เครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคอื่น ๆ เช่น MACD หรือ RSI เพื่อยืนยันแนวโน้มขาลง และอาจศึกษาข้อมูลพื้นฐานในตลาดเพื่อให้แน่ใจว่าสัญญาณเทคนิคสอดคล้องกับภาพรวมตลาดคริปโต

การเชี่ยวชาญในรูปแบบ wedge เพื่อผลลัพธ์การเทรดที่สม่ำเสมอ

รูปแบบ rising wedge เป็นหนึ่งในกราฟที่มีค่ามากที่สุดในเทรดคริปโต แต่ก็เป็นหนึ่งในรูปแบบที่หลอกลวงที่สุด การปรากฏตัวของมันดูเหมือนแข็งแกร่ง แต่ซ่อนความอ่อนแอไว้มากมาย ทำให้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทำไมเทรดเดอร์จึงต้องมองให้ลึกกว่าการเคลื่อนไหวของราคาในระดับผิวเผิน ไม่ว่าคุณจะเป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงในคริปโต การรู้จัก rising wedge ช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ดีขึ้น

คำถามสำคัญคือ rising wedge เป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง คำตอบคือเป็นแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นแนวโน้มขาขึ้นก็ตาม ความขัดแย้งนี้คือเหตุผลที่มันเป็นสัญญาณกลับตัวที่ทรงพลัง เทรดเดอร์ที่เข้าใจความแตกต่างนี้สามารถใช้มันเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจที่ดีขึ้น—ไม่ว่าจะเป็นการเปิด short เพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มขาลงที่คาดไว้ หรือการออกจาก long เพื่อปกป้องทุนของตนเอง

สำหรับการเรียนรู้เทคนิคขั้นสูงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์กราฟ รูปแบบตลาด และกลยุทธ์เทรดมืออาชีพ แพลตฟอร์มการศึกษาเกี่ยวกับการเทรดคริปโตให้ข้อมูลเชิงลึกมากมาย จำไว้ว่ารูปแบบเดียวไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้ ความสำเร็จในการเทรดมาจากการใช้สัญญาณและเครื่องมือหลายอย่างร่วมกัน เสมอให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง และรอคอยการยืนยันที่ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการเทรดตามรูปแบบกราฟ

ดูต้นฉบับ
This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด