This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
Profit Loss Statement คืออะไร? ทำความเข้าใจงบกำไรขาดทุนที่เปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณ
หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้ประกอบการ profit loss statement หรือที่เรียกกันในภาษาไทยว่า งบกำไรขาดทุน (P&L) คือเอกสารหนึ่งที่คุณจะต้องเจอบ่อย ๆ และสำคัญกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้บอกแค่ว่าธุรกิจมีกำไรหรือขาดทุน แต่ยังบ่งบอกถึงการวางแผนกลยุทธ์ที่ฉลาดสำหรับอนาคต
ทำไม Profit Loss Statement ถึงสำคัญต่อนักลงทุนและผู้ประกอบการ
งบกำไรขาดทุนไม่ใช่แค่ตัวเลขที่นั่งอยู่ในเอกสาร มันคือหัวใจของการตัดสินใจทางธุรกิจ เมื่อคุณอ่านงบนี้ คุณจะได้เห็นว่าเงินไหลเข้ามาจากไหน เงินไหลออกไปสิ้นเปลือง และเหลือเท่าไหนให้ใช้งาน
profit loss statement ช่วยให้ผู้ประกอบการวัดประสิทธิภาพทางการเงินได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบว่ากำไรขั้นต้นกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง หรือว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละส่วนมีการควบคุมดีเพียงพอ นอกจากนี้ยังช่วยให้นักลงทุนตรวจสอบความสามารถในการทำกำไรของกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างพื้นฐานของงบกำไรขาดทุน: สูตรที่ต้องจำ
การคำนวณ profit loss statement นั้นง่ายมากเมื่อคุณเข้าใจสูตรมื้อ: รายได้รวม - ค่าใช้จ่ายรวม = กำไร (หรือขาดทุน)
รายได้รวม (Total Revenue) คือเงินที่ไหลเข้ามาจากการขายสินค้าหรือบริการ ทั้งหมด ค่าใช้จ่ายรวม (Total Expenses) คือเงินที่ใช้ไปเพื่อให้ธุรกิจวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่าโฆษณา หรือเงินเดือนพนักงาน กำไรหรือขาดทุน คือผลต่างของทั้งสอง เมื่อรายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย คุณมีกำไร แต่ถ้าค่าใช้จ่ายมากกว่า นั่นคือขาดทุน
มาดูตัวอย่างที่ชัดเจน: สมมติคุณมีร้านกาแฟ เดือนนี้ขายได้ 500,000 บาท แต่ค่าเช่า ค่ากาแฟ เงินเดือน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมเป็น 350,000 บาท ผลลัพธ์ที่ได้คือกำไร 150,000 บาท ตัวเลขนี้เองคือที่มาของการตัดสินใจว่าจะขยายธุรกิจหรือไม่
การคำนวณที่ลึกซึ้งขึ้น: ความเข้าใจ Profit Loss Statement แบบเป็นขั้นเป็นตอน
งบกำไรขาดทุนไม่ได้หยุดแค่ที่สูตรง่าย ๆ มีการคำนวณเพิ่มเติมที่ให้ความหมายต่างกัน:
ขั้นแรก: รายได้จากการขายและบริการ ลบด้วย ต้นทุนการขาย = กำไรขั้นต้น (Gross Profit)
กำไรขั้นต้นนี้บ่งบอกว่าคุณตั้งราคาสินค้าได้สูงเท่าไหนเมื่อเทียบกับต้นทุน ถ้าร้านกาแฟขายกาแฟราคาสูง แต่เมล็ดกาแฟราคาถูก กำไรขั้นต้นก็จะสูง
ขั้นที่สอง: เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขาย เช่น ค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายในการบริหาร เช่น ค่าเช่าสำนักงาน คุณจะได้ กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ตัวเลขนี้บ่งบอกว่าการวิ่งธุรกิจวันไป ๆ ได้กำไรแค่ไหนจากการดำเนินการปกติ
ขั้นที่สาม: เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ และหักภาษี คุณจะถึง กำไรสุทธิ (Net Income) ตัวเลขสุดท้ายนี้คือที่ผู้ประกอบการจริง ๆ แล้วนำไปใช้ได้จากการทำธุรกิจ
กำไรในแต่ละขั้นหมายความว่าอะไร: ไขปริศนา Gross Profit และ Net Income
การมีกำไรเยอะ ๆ ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจคุณสำเร็จแล้ว เพราะมีกำไรหลายแบบ
Gross Profit (กำไรขั้นต้น) = [รายได้ – ต้นทุนขาย]
บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการขายสินค้า ถ้ากำไรขั้นต้นต่ำ แสดงว่าต้นทุนของคุณสูง หรือราคาที่ตั้งไม่เหมาะสม
Operating Profit (กำไรจากการดำเนินงาน) = [กำไรขั้นต้น - ค่าใช้จ่ายทั่วไป]
บ่งบอกว่าการดำเนินกิจการโดยรวมเป็นไปในทิศทางไหน ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดขึ้น
Net Profit (กำไรสุทธิ) = [รายได้ทั้งหมด – ค่าใช้จ่ายทั้งหมด]
บ่งบอกว่ากิจการสร้างกำไรจริง ๆ เหลือเท่าไหนหลังจากหักทุกอย่าง นี่คือตัวเลขที่ผู้ถือหุ้นกับผู้ประกอบการให้ความใจใจมากที่สุด
2 รูปแบบ Profit Loss Statement ที่ต่างกัน: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
งบกำไรขาดทุนมี 2 รูปแบบ แต่ละแบบมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่าง
งบกำไรขาดทุนแบบรายงาน (Report Form)
รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความชัดเจนและการอ่านที่ง่าย ข้อมูลถูกจัดเรียงตามลำดับจากรายได้ไปยังกำไรสุทธิ เสมือนการบอกเรื่องราวของธุรกิจแบบบรรยาย
ส่วนหัวจะประกอบด้วย ชื่อกิจการ คำว่า “งบกำไรขาดทุน” และช่วงเวลาที่จัดทำ จากนั้นเขียนรายได้ ค่าใช้จ่าย และหาผลต่างออกมา ข้อดีคือง่ายเข้าใจ และสะดวกสำหรับการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน
งบกำไรขาดทุนแบบบัญชี (Account Form)
รูปแบบนี้แบ่งหน้ากระดาษเป็นสองด้าน ด้านซ้ายคือค่าใช้จ่าย ด้านขวาคือรายได้ เสมือนตราชู่ที่ชั่งสมดุล ธุรกิจที่มีระบบบัญชีชำนาญมักใช้รูปแบบนี้
ข้อดีของแบบนี้คือแสดงผลการดำเนินงานอย่างครบถ้วน มีความชัดเจน มีความสะดวก และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานราชการ
เลือกแบบไหนในที่สุดนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของธุรกิจและการนำเสนอต่อผู้บริหาร หลายกิจการสร้างทั้งสองแบบเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุด
ความสำคัญที่แท้จริงของการทำ Profit Loss Statement
สำหรับผู้บริหารและนักลงทุน profit loss statement มีบทบาทที่ไม่อาจแทนที่ได้
วัดประสิทธิภาพทางการเงิน: งบนี้ช่วยให้มองเห็นภาพรวมเกี่ยวกับประสิทธิภาพทางการเงินของธุรกิจ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี
ให้ข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์: ข้อมูลจากงบนี้ช่วยให้สามารถวิเคราะห์สภาพการเงินของธุรกิจและตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบคอบ
บ่งบอกความสามารถในการทำกำไร: โดยการดูกำไรในแต่ละขั้น คุณจะได้เห็นว่าธุรกิจมีประสิทธิภาพในการทำกำไรมากน้อยเพียงใด
ช่วยในการวางแผนกลยุทธ์: งบนี้เป็นข้อมูลสำคัญในการปรับตัวของธุรกิจให้เหมาะสม เพื่อให้ประสิทธิภาพดีที่สุด ไม่ว่าจะโดยการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ หรือเปลี่ยนกลยุทธ์การขาย
วิธีอ่าน Profit Loss Statement อย่างมือโปร: 4 ขั้นตอนที่ต้องรู้
ขั้นที่ 1: ตรวจสอบระยะเวลา
เรื่องแรกที่ต้องดูคือ งบกำไรขาดทุนนี้ครอบคลุมช่วงเวลาไหน เป็นรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี ตัวอย่างเช่น “งบกำไรขาดทุน สำหรับระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2566” หมายความว่าข้อมูลนี้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นปีจนปลายปี หากเป็นรายไตรมาส ผลลัพธ์อาจแตกต่างไปมาก
ขั้นที่ 2: ตรวจสอบว่ามีกำไรหรือขาดทุน
ดูว่ากำไรสุทธิเป็นจำนวนบวกหรือลบ ถ้าบวก ธุรกิจมีกำไร ถ้าลบ ธุรกิจขาดทุน ตัวอย่างเช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2565 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 191,077,634,015 บาท แสดงว่ากิจการวิ่งปกติและสร้างกำไร
ขั้นที่ 3: มองที่มาของรายได้
รายได้ไม่ได้มาจากที่เดียว ดูว่าแหล่งที่มาของรายได้อยู่ที่ไหน ตัวอย่างเช่น ธนาคารอาจมีรายได้จาก 5 ส่วน ได้แก่ ดอกเบี้ยรับ กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน ค่าธรรมเนียม อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และรายได้อื่น หากรายได้มาจากที่เดียวเท่านั้น ธุรกิจนั้นมีความเสี่ยงสูง
ขั้นที่ 4: วิเคราะห์ค่าใช้จ่าย
ดูว่าเงินไหลออกไปจากที่ไหนบ้าง ค่าใช้จ่ายมีกี่ส่วน และแต่ละส่วนใหญ่แค่ไหน ตัวอย่างเช่น ธนาคารอาจมีค่าใช้จ่าย 4 ส่วน ได้แก่ ดอกเบี้ยจ่าย ขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หากค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ นั่นคือสัญญาณเตือน
สรุป: ทำไมคุณต้องเข้าใจ Profit Loss Statement
profit loss statement ไม่ใช่แค่เลขในกระดาษ มันคือเรื่องราวของธุรกิจของคุณ โดยแสดงว่าธุรกิจมีชีวิตขึ้นมาอย่างไร เมื่อคุณเข้าใจ P&L คุณจะตรวจสอบได้ว่าธุรกิจกำลังแข็งแรงหรือค่อย ๆ ระคายเคืองในส่วนไหน
ในการลงทุนหรือประกอบการธุรกิจ การอ่านงบกำไรขาดทุนเป็นทักษะที่ต้องมี แต่จำไว้ว่าไม่ควรพิจารณา profit loss statement เพียงอย่างเดียว ให้พิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น ลักษณะของธุรกิจ ทีมผู้บริหาร ความสามารถในการยศ และแนวโน้มของตลาด ด้วยการทำความเข้าใจ P&L อย่างถ่องแท้ คุณจะมีอำนาจในการตัดสินใจด้านการเงินให้เฉียบคมและถูกต้องมากขึ้น