This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
Price Pattern ในการเทรด: 10 รูปแบบกราฟที่นักเทรดต้องรู้
Price pattern เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักเทรดได้อ่านสัญญาณการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต ด้วยการศึกษารูปแบบการเปลี่ยนแปลงราคาในอดีต นักลงทุนสามารถคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นและหาโอกาสซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Price Pattern คืออะไร – เครื่องมือวิเคราะห์ที่ทำนายการเคลื่อนไหวของราคา
Price pattern หรือที่เรียกว่า chart pattern คือรูปแบบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนกราฟราคา ความสำคัญของเครื่องมือนี้อยู่ที่ข้อสมมติฐานว่ารูปแบบราคาที่เกิดขึ้นในอดีตมักจะเกิดซ้ำในอนาคต เมื่อนักเทรดสามารถจำแนกรู้จัก price pattern ต่างๆ ได้ ก็จะสามารถวางแผนการเทรดและกำหนดจุดเข้า-ออกที่ดีขึ้น
ที่ลึกยิ่งไป price pattern สะท้อนการต่อสู้ระหว่างกำลังซื้อ (Demand) และกำลังขาย (Supply) ที่เกิดขึ้นในตลาด บางครั้งแรงซื้อชนะจึงเกิดแนวโน้มขาขึ้น บางครั้งแรงขายชนะจึงเกิดแนวโน้มขาลง เมื่อนักเทรดอ่าน price pattern ได้แม่น ก็เหมือนกับการอ่านจิตใจของตลาด
3 กลุ่มหลัก Price Pattern ที่นักเทรดต้องเข้าใจ
เพื่อให้เข้าใจ price pattern ได้ง่ายขึ้น สามารถจัดหมวดหมู่ได้เป็น 3 กลุ่มหลัก แต่ละกลุ่มมีความหมายและวิธีการใช้งานที่แตกต่างกัน
กลุ่มที่ 1: Reversal Pattern – รูปแบบการกลับตัวของเทรนด์
Reversal pattern ปรากฏเมื่อแนวโน้มหนึ่งกำลังจะหมดสิ้นและเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อเห็น price pattern แบบนี้ นักเทรดควรเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้น รูปแบบเหล่านี้มักปรากฏบริเวณจุดสูงสุดของราคาหรือจุดต่ำสุดของราคา
กลุ่มที่ 2: Continuation Pattern – รูปแบบการยืนยันแนวโน้มต่อเนื่อง
ในทางตรงกันข้าม continuation pattern ปรากฏเมื่อราคากำลังพักตัวชั่วครู่ แต่จะกลับมาเดินต่อในทิศทางเดิม เสมือนราคากำลังสะสมกำลังเพื่อให้วิ่งได้แรงขึ้น นักเทรดที่จำแนก price pattern แบบนี้ได้ สามารถอยู่ในตำแหน่งเทรดและรอให้แนวโน้มดำเนินต่อได้
กลุ่มที่ 3: Bilateral Pattern – รูปแบบที่ไม่ชัดเจนทิศทาง
Bilateral pattern ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า neutral pattern เกิดเมื่อแรงซื้อและแรงขายสมดุลกัน นักเทรดยังไม่สามารถบอกได้ว่าราคาจะไปในทิศทางไหน ต้องรอจนกว่า price pattern จะเบรกเอาท์ออกไปชัดเจน
10 Price Pattern ที่ปรากฏบ่อยในตลาดเทรด
นักเทรดที่มือใหม่สามารถเริ่มศึกษา price pattern ตั้งแต่ 10 รูปแบบนี้ เพราะเป็นสัญญาณที่ปรากฏอยู่บ่อยครั้งและมีความน่าเชื่อถือในการทำนาย
1. Head and Shoulders – ปรากฏเมื่อราคากำลังจะกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง
Head and shoulders เป็นหนึ่งใน price pattern ที่มีชื่อเสียง เกิดขึ้นเมื่อราคาหนุนขึ้นถึงจุดสูงสุด แล้วย่อลงมาสักพัก ก่อนขึ้นไปทำจุดสูงใหม่ (ส่วนหัว) แล้วตามด้วยการย่อลงมาอีกครั้ง การพยายามขึ้นไปใหม่ครั้งต่อๆ ไปมักจะเว่าลง (ไหล่ขวา) นี่คือสัญญาณที่แรงขายกำลังเข้ามาแข็งตัวขึ้น
2. Double Top – จุดสูงแบบสองครั้ง บอกว่าราคาเสร็จสิ้นการขยายตัว
Double top เป็น price pattern ที่ง่ายต่อการจำแนก เกิดเมื่อราคาถึงจุดสูงระดับหนึ่ง แล้วหลุดออกมา ต่อมาขึ้นพยายามขึ้นมาหลังมือไม่ได้ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าแรงซื้อกำลังหมดลง
3. Double Bottom – ตรงข้ามกับ Double Top ปรากฏเมื่อท้องตลาดกำลังจะกลับตัวขึ้น
Double bottom บ่งบอกว่ามีผู้ซื้อเข้ามาไล่ราคาขึ้น เมื่อราคาหลุดออกจากระดับต่ำนี้แล้ว มักจะนำไปสู่แนวโน้มขาขึ้นที่แรงต่อไป
4. Rounding Bottom – เส้นโค้งพอประมาณในจุดต่ำสุด สัญญาณการฟื้นตัวที่ค่อยเป็นค่อยไป
Rounding bottom มีลักษณะเป็นส่วนโค้งมนๆ ตรงจุดต่ำสุด สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าการซื้อกำลังเข้ามาค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ขึ้นกระแทก นี่คือสัญญาณที่มีความน่าเชื่อถือค่อนข้างดี
5. Cup and Handle – รูปแบบการพักตัวของราคาคล้ายหูถ้วยกาแฟ
Cup and handle ปรากฏเมื่อราคาตกลงมา แล้วกระเตือกกลับขึ้น ความพิเศษของ price pattern นี้คือมีการพักตัวสั้นๆ ขวาสุด (ที่เรียกว่า handle) ก่อนที่ราคาจะดุดันขึ้นต่อ
6. Wedges – ลิ่มราคาที่บีบแคบลงเรื่อยๆ บ่งบอกการปะทะกันของพลัง
Rising wedge ปรากฏในจุดสิ้นสุดของแนวโน้มขาขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่าแรงขายกำลังเข้ามา ส่วน falling wedge ปรากฏในช่วงท้ายของแนวโน้มขาลง เป็นสัญญาณว่าแรงซื้อกำลังเข้ามาแข็งขัน
7. Pennant และ Flags – การพักตัวสั้นๆ ระหว่างการวิ่งแรง
Pennant เป็นสามเหลี่ยมเล็กๆ ที่ปรากฏขณะที่ราคากำลังวิ่งในทิศทางเดียว Flags มีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยม ทั้งคู่เป็นสัญญาณที่ราคาจะกลับมาวิ่งต่อในทิศทางเดิม
8. Ascending Triangle – สามเหลี่ยมขาขึ้น บ่งบอกแรงซื้อที่ยังเข้มแข็ง
Ascending triangle ปรากฏในแนวโน้มขาขึ้น เมื่อเห็น price pattern นี้ แสดงว่าแรงซื้อยังสามารถเบรกแนวต้านได้ สัญญาณนี้โดยทั่วไปมีความเชื่อถือได้ดี
9. Descending Triangle – สามเหลี่ยมขาลง บ่งบอกแรงขายที่ไม่หยุด
Descending triangle ปรากฏในแนวโน้มขาลง เป็นสัญญาณที่แรงขายยังคงมีอิทธิพล อาจจะนำไปสู่การร่วงลงเพิ่มเติม
10. Symmetrical Triangle – สามเหลี่ยมสมดุล การรอจังหวะหักเหของราคา
Symmetrical triangle ปรากฏเมื่อแรงซื้อและแรงขายสมดุลกัน Price pattern นี้ไม่ให้สัญญาณเบื้องต้น ต้องรอการเบรกเอาท์จึงจะรู้ทิศทางที่แท้จริง
ข้อควรระวังเมื่อใช้ Price Pattern ในการเทรด
แม้ว่า price pattern เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็มีข้อจำกัดที่นักเทรดต้องตระหนัก
ปัญหาของ Timeframe ระยะสั้น ใน timeframe ที่สั้นมาก price pattern อาจถูกเสียดสีได้ง่าย หรือมีสัญญาณลวงตามากมาย ดังนั้นนักเทรดมากประสบการณ์จึงมักเลือก timeframe ที่นานพอสมควร
ปัญหาของปริมาณการซื้อขายที่เบา เมื่อ price pattern ไม่ได้มาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่แข็งแรง ความน่าเชื่อถือของมันก็ลดลงไป ดังนั้นการตรวจสอบปริมาณ volume จึงสำคัญพอๆ กับการจำแนก price pattern
ปัญหาของการตีความที่แตกต่าง นักเทรดสองคนอาจมองวิธีต่างกันในการจำแนก price pattern เดียวกัน สิ่งนี้ทำให้การใช้ price pattern เพียงลำพังอาจมีความเสี่ยง
Price Pattern + อินดิเคเตอร์อื่น = ประสิทธิภาพสูงสุด
แทนที่จะพึ่งพา price pattern เพียงอย่างเดียว นักเทรดมือเก่ามักใช้ price pattern ร่วมกับเครื่องมือทางเทคนิคอื่นเช่น RSI, EMA, หรือ MACD ผสมผสานกัน ทำให้สามารถกรองสัญญาณลวงได้มากขึ้น และเพิ่มความแม่นยำของการทำนาย
การใช้ price pattern ควรคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบเทรดที่สมบูรณ์ ไม่ใช่วิธีการเพียงอย่างเดียว เมื่อรวม price pattern เข้ากับการบริหารความเสี่ยงที่ดี และการคำนวณอัตราส่วนผลกำไรต่อขาดทุน นักเทรดก็จะมีโอกาสสำเร็จได้มากขึ้น
สรุป
Price pattern เป็นเครื่องมือพื้นฐานแต่ทรงพลังสำหรับนักเทรดทั้งมือใหม่และมือเก่า ความสามารถในการจำแนก price pattern ต่างๆ ได้อย่างถูกต้องจะช่วยให้นักเทรดมีข้อมูลที่ดีกว่าในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเทรดไม่ได้มาจากการใช้เครื่องมือเพียงชิ้นเดียว หากแต่มาจากการศึกษา การฝึกฝน และการปรับปรุงระบบการเทรดอย่างต่อเนื่อง