This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
เข้าใจเวลาการประกาศนอกภาคเกษตรกรรมหลัก และวิเคราะห์ตัวชี้วัดสำคัญของข้อมูลการจ้างงานในสหรัฐอเมริกา
ในทุกๆ เดือน ตามวันที่กำหนด ตลาดการเงินทั่วโลกจะหยุดหายใจรอคอยรายงานฉบับหนึ่ง นั่นคือข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกา (NFP) โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ประกาศข้อมูลใหญ่ (Big Non-Farm Payrolls) เป็นช่วงเวลาสำคัญที่นักลงทุนต้องจดจำในปฏิทินเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะที่เป็นดัชนีชี้วัดความแข็งแรงของเศรษฐกิจสหรัฐ การประกาศข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อหุ้น ตลาดเงิน ตลาด Forex สกุลเงินดิจิทัล และพื้นที่การลงทุนอื่นๆ อีกมากมาย
ต่างกันอย่างไรระหว่างข้อมูลใหญ่ (Big Non-Farm) กับข้อมูลเล็ก (Small Non-Farm) เรื่องเวลาประกาศและแหล่งข้อมูล
คำว่า “Big Non-Farm” กับ “Small Non-Farm” ที่นักลงทุนพูดถึงนั้น จริงๆ แล้วเป็นรายงานคนละฉบับกันอย่างสิ้นเชิง
Big Non-Farm (NFP) เป็นรายงานข้อมูลสถานการณ์การจ้างงานอย่างเป็นทางการที่สำนักงานสถิติแรงงานของสหรัฐอเมริกาออกประกาศทุกเดือน ซึ่งครอบคลุมตัวชี้วัดสำคัญ 3 ตัว คือ จำนวนงานนอกภาคเกษตร อัตราการจ้างงาน และอัตราการว่างงาน โดยข้อมูลนี้รวมทั้งข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนและภาครัฐ จึงถือเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในระดับทางการ
Small Non-Farm (ADP) เป็นรายงานขององค์กรวิจัย ADP ซึ่งเป็นเอกชนที่ออกเผยแพร่ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ โดยอิงข้อมูลจากบริษัทเอกชนประมาณ 500,000 แห่ง ซึ่งครอบคลุมจำนวนพนักงานประมาณ 35 ล้านคน แม้จะไม่ใช่ข้อมูลทางการ แต่เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ออกโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือในอุตสาหกรรม จึงมักถูกใช้เป็นแนวทางคาดการณ์ล่วงหน้าว่าข้อมูลใหญ่ (NFP) จะออกมาเป็นเช่นไร
สำหรับเวลาประกาศข้อมูลใหญ่ (NFP) นั้น เป็นข้อมูลที่นักลงทุนจริงจังทุกคนต้องรู้ โดยปกติแล้วจะประกาศใน วันศุกร์แรกของทุกเดือน เวลา 8:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ (EDT) ซึ่งในช่วงเวลาหน้าร้อนจะเป็น 8:30 น. หรือ 9:30 น. ในช่วงหน้าหนาว เมื่อแปลงเป็นเวลาในไทยจะประมาณ 20:30 น. หรือ 21:30 น. ส่วนข้อมูลเล็ก (ADP) จะประกาศก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน คือใน วันพุธแรกของเดือน เวลา 8:00 น. หรือ 9:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก ซึ่งในไทยประมาณ 20:00 น. หรือ 21:00 น.
แม้ข้อมูลเล็ก (ADP) จะไม่ใช่ข้อมูลทางการ แต่เนื่องจากออกก่อนล่วงหน้า ทำให้นักลงทุนหลายคนใช้ข้อมูลนี้เป็นแนวทางคาดการณ์ทิศทางตลาดหลังประกาศข้อมูลใหญ่ (NFP) เพื่อปรับกลยุทธ์ล่วงหน้า
ทำไมเวลาประกาศข้อมูลใหญ่ (NFP) ถึงได้รับความสนใจอย่างมาก? ความหมายทางเศรษฐกิจของการจ้างงานนอกภาคเกษตร
ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความสมบูรณ์ของเศรษฐกิจสหรัฐอย่างแท้จริง เพราะภาคเกษตรคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของ GDP สหรัฐฯ ซึ่งหมายความว่า ตัวเลขการจ้างงานนี้สามารถบ่งชี้ภาพรวมของเศรษฐกิจได้อย่างใกล้เคียงที่สุด
เมื่อจำนวนงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นและอัตราการว่างงานลดลง แสดงให้เห็นว่า ตลาดแรงงานแข็งแรง ธุรกิจขยายการจ้างงาน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายก็จะตามมาเป็นลำดับ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในตลาดการเงิน ในทางตรงกันข้าม หากตัวเลขการจ้างงานลดลงและอัตราว่างงานเพิ่มขึ้น ก็แสดงว่า เศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะชะลอตัวหรือถดถอย ธุรกิจลดการจ้างงาน การใช้จ่ายลดลง ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงตามไปด้วย
ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ให้ความสำคัญกับข้อมูลนี้ไม่แพ้ตลาดการลงทุน เพราะเมื่อพิจารณานโยบายอัตราดอกเบี้ยแล้ว ข้อมูลการจ้างงานเป็นข้อมูลหลักที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ หากตัวเลขออกมาดีและแข็งแกร่ง ก็อาจทำให้ FED พิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมภาวะเศรษฐกิจร้อนเกินไป ในทางตรงกันข้าม หากตัวเลขอ่อนแอ ก็อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรจึงกลายเป็น มาตรวัดสำคัญของความรุ่งโรจน์หรือถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐ และส่งผลต่อความผันผวนของราคาสกุลเงินในตลาดโลก ทุกครั้งที่ใกล้วันประกาศ ข้อมูลคาดการณ์และตัวเลขจริงจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
การวิเคราะห์อัตราว่างงานและจำนวนงาน การกระทบของข้อมูลการจ้างงานต่อแนวโน้มตลาด
นักลงทุนเมื่อได้รับรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร ควรให้ความสนใจตัวชี้วัดใดเป็นพิเศษ?
อันดับแรกคือ อัตราว่างงาน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความตึงตัวของตลาดแรงงาน ค่าที่ต่ำแสดงว่าตลาดแรงงานแข็งแรงและมีความสมบูรณ์ แต่ต้องระว่าว่าอัตราว่างงานเป็นตัวชี้วัดที่มีความล่าช้าในการสะท้อนภาพเศรษฐกิจ จึงไม่ควรดูเพียงตัวเลขเดียว ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพื่อวิเคราะห์ภาพรวม
อันดับสองคือ การเปลี่ยนแปลงจำนวนงานนอกภาคเกษตร ซึ่งสะท้อนการเติบโตหรือหดตัวของตลาดแรงงานในเชิงปริมาณ นักลงทุนไม่ควรดูแค่ข้อมูลรายเดือน ควรดูแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของจำนวนงานในช่วง 12 เดือน เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของแนวโน้มเศรษฐกิจว่ากำลังเร่งตัวหรือชะลอตัว
เมื่อจำนวนงานเพิ่มขึ้นและอัตราว่างงานลดลง แสดงว่า เศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผู้ประกอบการมีกำไรดี ความมั่นใจของผู้บริโภคสูงขึ้น การใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในตลาด Forex และยังสนับสนุนราคาทองคำและน้ำมันดิบให้ปรับตัวดีขึ้นด้วย
ในทางตรงกันข้าม หากตัวเลขการจ้างงานลดลงและอัตราว่างงานเพิ่มขึ้น ก็เป็นสัญญาณเตือนว่า เศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะชะลอตัว การลดจำนวนงานและความไม่แน่นอนในตลาดแรงงานจะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจะได้รับความสนใจมากขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบอาจลดลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
นักลงทุนควรเข้าใจว่า ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ประกาศออกมานั้น มักจะสร้างความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาด โดยข้อมูลที่ออกมาสูงกว่าหรือต่ำกว่าความคาดหมายอย่างมาก มักเป็นจุดที่ทำให้ตลาดปรับราคาสินทรัพย์ใหม่อย่างรวดเร็ว
ผลกระทบของข้อมูลการจ้างงานต่อหุ้น ตลาดเงิน และคริปโตเคอร์เรนซี
ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรส่งผลกระทบต่อทุกตลาดการเงินอย่างกว้างขวาง
ในตลาดหุ้น เมื่อข้อมูลออกมาดีเกินคาดและมีแนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคง นักลงทุนจะปรับมุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เชื่อมั่นในแนวโน้มบวก ราคาหุ้นจึงมักปรับตัวขึ้น เพราะการจ้างงานเพิ่มขึ้นแปลว่ากำไรของบริษัทดีขึ้น ผู้บริโภคมีเงินใช้จ่ายมากขึ้น ตลาดหุ้นจึงเป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดใจ แต่หากข้อมูลออกมาแย่กว่าคาด ตลาดจะเกิดความกังวลเศรษฐกิจถดถอย ราคาหุ้นอาจร่วงลงอย่างรวดเร็ว
ในตลาดเงินตรา (Forex) ผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐเป็นผลโดยตรง หากข้อมูลออกมาดีเกินคาด ดอลลาร์จะได้รับแรงหนุนให้แข็งค่าขึ้น เพราะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแรง นักลงทุนจะไหลเข้าซื้อดอลลาร์เพื่อเก็งกำไร ในทางตรงกันข้าม หากข้อมูลออกมาแย่ ดอลลาร์อาจอ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนอาจเทขายดอลลาร์เพื่อหลบความเสี่ยงไปยังสกุลเงินอื่น
ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ผลกระทบจะไม่ตรงตัวเท่าใดนัก แต่ก็มีความสำคัญอยู่บ้าง เมื่อข้อมูลการจ้างงานดีเกินคาด นักลงทุนในตลาดคริปโตอาจลดความสนใจในสินทรัพย์เสี่ยงลง เพราะเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแรง แต่หากข้อมูลออกมาแย่ นักลงทุนอาจมองหาแหล่งลงทุนทางเลือก เช่น สินทรัพย์ปลอดภัยหรือคริปโตที่เป็นทางเลือกใหม่ในยุคนี้
ในดัชนีตลาดหุ้น ข้อมูลการจ้างงานเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ หากตัวเลขดีเกินคาด ดัชนีจะปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะนักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจแข็งแรงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่หากตัวเลขออกมาแย่ ตลาดอาจเกิดการขายทำกำไรและดัชนีปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว
นักลงทุนควรระลึกว่า ผลกระทบของข้อมูลนี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างตัวเลขจริงกับความคาดหวัง รวมถึงบริบทเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นด้วย การไม่ควรตอบสนองต่อข้อมูลเพียงอย่างเดียว ควรใช้การวิเคราะห์แบบผสมผสานทั้งพื้นฐานและเทคนิคเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำและยั่งยืน
กลยุทธ์การเทรดก่อนและหลังประกาศข้อมูลใหญ่ (Big Non-Farm)
เนื่องจากเวลาประกาศข้อมูลใหญ่ (NFP) เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับนักลงทุน คำถามคือ จะใช้ข้อมูลนี้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด?
อันดับแรก ควรจดบันทึกเวลาประกาศอย่างแม่นยำ (วันศุกร์แรกของเดือน) เพราะในช่วงก่อนประกาศ ตลาดมักเข้าสู่โหมดรอคอยและความผันผวนจะลดลง นักเทรดบางรายอาจรอจังหวะเข้าเทรดหลังประกาศเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ประการที่สอง ควรติดตามข้อมูลคาดการณ์ล่วงหน้าที่หลายแพลตฟอร์มและปฏิทินเศรษฐกิจจะเผยแพร่ล่วงหน้า โดยเปรียบเทียบค่าที่คาดการณ์ไว้กับตัวเลขจริง เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดหลังประกาศ
ประการที่สาม การใช้ข้อมูลจากรายงานเล็ก (ADP) ซึ่งออกก่อนหน้านั้น 3 วัน ก็เป็นกลยุทธ์ที่ดี เพราะถ้าข้อมูล ADP ออกมาดีเกินคาด ก็มีแนวโน้มว่าข้อมูล NFP จะออกมาดีเช่นกัน และในทางกลับกัน
สุดท้าย ควรผสมผสานการวิเคราะห์พื้นฐานและเทคนิคอย่างรอบคอบ อย่ารีบเทรดเพียงเพราะข้อมูลออกมาแล้ว ควรพิจารณาทั้งตำแหน่งทางเทคนิค ตัวชี้วัดเศรษฐกิจอื่นๆ รวมถึงสภาพคล่องในตลาด เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ
การเข้าใจและเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนและหลังประกาศข้อมูลใหญ่ (NFP) เป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนทุกคนควรฝึกฝน เพราะข้อมูลนี้อาจพลิกผันแนวโน้มตลาดได้ในพริบตา การรู้จักจัดการความเสี่ยงและวางกลยุทธ์ให้เหมาะสม จะช่วยให้สามารถอยู่รอดในตลาดการเงินที่เต็มไปด้วยความผันผวนนี้ได้อย่างมั่นคง