เปรียบเทียบโบรกเกอร์ไทย 2569 - ค่าคอมต่ำสุดและแพงสุดที่นักลงทุนควรรู้

การลงทุนในตลาดหุ้นนั้น นอกจากการเลือกหุ้นที่เหมาะสมแล้ว การเลือก เปรียบเทียบโบรกเกอร์ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อกำไรของคุณเสมอเหมือนการเลือกสินค้าในราคา ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากการซื้อขายจะกดดันผลกำไรลง เปรียบเทียบโบรกเกอร์ที่มีค่าคอมต่ำแต่บริการดีนั้นจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนจำนวนมากมองหา ในปี 2569 นี้เราจะนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์สำหรับคุณ

ค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์คืออะไร และเหตุใดมันถึงส่งผลต่อผลกำไร

ก่อนจะเริ่มเปรียบเทียบโบรกเกอร์แต่ละเจ้า ลองเข้าใจก่อนว่า ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจริง ๆ มันคืออะไร เมื่อคุณต้องการซื้อหุ้น คุณไม่สามารถเดินไปหาผู้ขายโดยตรงได้ เพราะอาจไม่รู้ต้องหาจากใคร ราคาเท่าไหร่ และจะมั่นใจได้ไหมว่าได้หุ้นตามที่ตกลงกัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงกำหนดให้การซื้อขายทุกรายการต้องผ่านตัวกลางที่ได้รับอนุญาต นั่นคือ “โบรกเกอร์” ซึ่งทำหน้าที่รับคำสั่งและอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน

บริษัทหลักทรัพย์เหล่านี้ต้องมีรายได้ใช่ไหม รายได้หลักของพวกเขาคือค่าธรรมเนียมจากการซื้อขาย ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์มีอัตราและโครงสร้างค่าธรรมเนียมต่างกัน บางเจ้ากำหนดค่าธรรมเนียมต่ำ บางเจ้าเก็บค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวัน และบางเจ้ากลับหาวิธีอื่นในการหารายได้ การเลือก เปรียบเทียบโบรกเกอร์ ที่เหมาะสมจึงช่วยให้นักลงทุนประหยัดต้นทุนได้มากขึ้น

เปรียบเทียบประเภทบัญชี - Cash Balance กับ Cash Account แตกต่างกันในไง

ประเด็นสำคัญที่สาเหตุจากการเลือก เปรียบเทียบโบรกเกอร์ คือ ประเภทบัญชีที่เลือกใช้ เพราะแต่ละประเภทจะมีค่าธรรมเนียมต่างกันอย่างชัดเจน

บัญชี Cash Balance คือบัญชีที่คุณต้องโอนเงินเข้าครบถ้วนก่อนเริ่มซื้อ ถ้าคุณมีเงิน 100,000 บาท คุณจะซื้อหุ้นได้ไม่เกินจำนวนนั้น บัญชีประเภทนี้ไม่มีความเสี่ยงสูง จึงมีค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด ประมาณ 0.15% ของมูลค่าการซื้อขาย

บัญชี Cash Account เป็นบัญชีที่ให้คุณซื้อหุ้นด้วยวงเงินเหมือนบัตรเครดิต แล้วชำระส่วนต่างในวันถัดไป หมายความว่า 100,000 บาทคุณอาจใช้ไปซื้อหุ้นมากกว่านั้นได้ ความเสี่ยงสูงขึ้นจึงมีค่าธรรมเนียมที่แพงกว่า ประมาณ 0.20% ของมูลค่าการซื้อขาย

ตารางเปรียบเทียบ 10 โบรกเกอร์ที่ต้องรู้ในปี 2569

โบรกเกอร์ Cash Balance Cash Account ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ข้อสังเกต
บัวหลวง (BLS) 0.15% 0.20% ไม่มี บริการผ่านกรุงเทพ ง่ายต่อการเปิดบัญชี
อินโนเวสท์ เอกซ์ 0.15% 0.20% 50 บาท ยกเว้นถ้ารับ E-Statement
เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ 0.075% 0.10% 50 บาท ค่าคอมต่ำสุดในตลาด
กสิกร 0.15% 0.20% 50 บาท ถ้าซื้อต่ำกว่า 33,000 บาท จะหักขั้นต่ำ
ลิเบอเรเตอร์ 0.006% 0.006% ไม่มี ค่าคอมเกือบ 0% แต่บริการอาจจำกัด
ทิสโก้ 0.15% 0.20% ไม่ระบุ เหมาะสำหรับลูกค้า Tisco เดิม
ธนชาต 0.15% 0.20% 50 บาท ดีเพิ่มเติม: อัตราดอกเบี้ยฝาก 1%
กรุงไทย X Spring 0.15% 0.20% ไม่มี บริการประสานงานกลุ่ม Bangkok Bank
ยูโอบี 0.15% 0.20% 50 บาท บริการสากล แต่ค่าธรรมเนียมมาตรฐาน
ฟิลลิปส์ 0.15% 0.20% 30 บาท ค่าขั้นต่ำต่ำสุด เปิดบัญชีรวดเร็ว

นักลงทุนประเภทไหนควรเลือกโบรกเกอร์ไหน

สำหรับนักลงทุนขนาดเล็ก (ซื้อน้อยครั้ง)

ถ้าคุณเริ่มต้นด้วยเงินไม่มาก และซื้อขายไม่บ่อย การมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่ำจึงเป็นเรื่องสำคัญ บัวหลวง และ กรุงไทย X Spring ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจะเหมาะสมกว่า เพราะถ้าคุณซื้อหุ้นแค่ 5,000 บาท คุณไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาท แต่จ่ายเพียง 0.15% = 7.50 บาทเท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่ซื้อขายเยอะ

ถ้าคุณซื้อขายในปริมาณสูง ค่าธรรมเนียมต่ำแม้เพียง 0.075% ก็สะสมเป็นจำนวนมากได้ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ ที่มีค่าธรรมเนียมเพียง 0.075% สำหรับบัญชี Cash Balance จึงน่าสนใจมากสำหรับกลุ่มนี้

สำหรับนักลงทุนที่จริงจังมากที่สุด

ถ้าคุณต้องการค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าทั้งหมด ลิเบอเรเตอร์ เสนอค่าคอมเกือบ 0% (0.006%) แต่ต้องแลกด้วยบริการที่อาจจำกัดมากขึ้น ดังนั้นการ เปรียบเทียบโบรกเกอร์ ตัวนี้กับเจ้าอื่นต้องมองรวมบริการด้วย

ลึกลงไปในรายละเอียด - 10 โบรกเกอร์ที่ต้องรู้

1. บัวหลวง (BLS) - เลือกง่าย ไม่มีขั้นต่ำ

โบรกเกอร์ในเครือธนาคารกรุงเทพ เปิดบัญชีได้ง่ายหากคุณเป็นลูกค้าธนาคาร จุดเด่นคือไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อวัน ค่าธรรมเนียม Cash Balance 0.15% และ Cash Account 0.20%

2. อินโนเวสท์ เอกซ์ (เดิม หลักทรัพย์ไทยพาณิชย์)

บริษัทในเครือ SCB X มีค่าธรรมเนียม 0.15% และ 0.20% ตามลำดับ และมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาท เมื่อขอรับใบยืนยันผ่าน E-Statement

3. เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ - ค่าธรรมเนียมต่ำสุด

โบรกเกอร์จากญี่ปุ่น มีค่าธรรมเนียม Cash Balance เพียง 0.075% ซึ่งต่ำเกือบครึ่งของคู่แข่ง ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำสำหรับ Cash Balance แต่ Cash Account มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาท

4. กสิกรไทย - ตัวเลือกมั่นใจ

โบรกเกอร์ใหญ่ที่มีบริการครบครัน ค่าธรรมเนียม 0.15% (Cash Balance) และ 0.20% (Cash Account) มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาท หมายความว่าต้องซื้อขายอย่างน้อย 33,000 บาทขึ้นไป ถึงจะไม่หักขั้นต่ำ

5. ลิเบอเรเตอร์ - คอมชั้น 0%

โบรกเกอร์ที่โปรโมตชั้น 0% ค่าธรรมเนียมสำหรับการซื้อขายผ่านแอป ประมาณ 0.006% โดยไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดแต่ต้องแลกด้วยบริการที่อาจจำกัด

6. ทิสโก้ - ตัวเลือกของลูกค้า Tisco

ค่าธรรมเนียม 0.15% และ 0.20% เหมาะสำหรับคนที่เป็นลูกค้า Tisco เดิมแล้ว ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำไม่ระบุชัดเจน

7. ธนชาต - บวกเพิ่มด้วยอัตราดอกเบี้ย

ค่าธรรมเนียม 0.15% และ 0.20% มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาท ข้อเพิ่มเติมคือ ถ้าฝากเงินในบัญชี CASH BALANCE จะได้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษ 1% ต่อปี

8. กรุงไทย X Spring - บริการครบครัน ไม่มีขั้นต่ำ

ผลิตภัณฑ์ร่วมจากกรุงไทย ค่าธรรมเนียม 0.15% และ 0.20% ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ทำให้ใคร ๆ ก็สามารถเริ่มต้นได้

9. ยูโอบี - บริการสากล

บริษัทหลักทรัพย์นานาชาติ ค่าธรรมเนียม 0.15% และ 0.20% มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาท บริการสากล แต่ค่าธรรมเนียมมาตรฐาน

10. ฟิลลิปส์ - ค่าขั้นต่ำต่ำสุด

ค่าธรรมเนียม 0.15% และ 0.20% แต่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเพียง 30 บาท ต่ำสุดในตลาด เหมาะสำหรับนักลงทุนหลายกลุ่ม

CFD หุ้น - ทางเลือกอื่นที่มีค่าธรรมเนียมต่างกัน

นอกจากการซื้อหุ้นแบบดั้งเดิมแล้ว นักลงทุนบางท่านอาจสนใจ CFD (Contracts for Difference) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ทำกำไรจากส่วนต่างราคา โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของหุ้นจริง

การเปรียบเทียบ CFD หุ้นระหว่างโบรกเกอร์ต่าง ๆ

โบรกเกอร์ ค่าธรรมเนียม อัตราทด (Leverage) การกำกับดูแล สินทรัพย์ที่ให้บริการ
Mitrade 0 1:200 ASIC, CIMA, FSC หุ้น, สกุลเงิน, ฟอเร็กซ์, ดัชนี, สินค้า
IC Market 0 1:1000 ASIC, CySEC, FSA หุ้น, สกุลเงิน, ฟอเร็กซ์, ดัชนี, สินค้า
CMCMarkets $10 1:500 CIRO หุ้น, ฟอเร็กซ์, ดัชนี, สินค้า

CFD ไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อขายแบบเปอร์เซ็นต์ แต่โบรกเกอร์ได้รายได้จากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย (Bid-Ask Spread) การเลือก เปรียบเทียบโบรกเกอร์ CFD ต้องมองถึงค่า Spread ที่แคบและสภาพคล่องของสินทรัพย์

วิธีคิดค่าธรรมเนียม - ตัวอย่างการคำนวณ

ยังไม่เข้าใจว่าค่าธรรมเนียมจะกำหนดกำไรอย่างไร ลองมาดูตัวอย่าง:

  • สมมติคุณซื้อหุ้น 50,000 บาท
  • ถ้าใช้ บัวหลวง (0.15%, ไม่มีขั้นต่ำ) = 75 บาท
  • ถ้าใช้ กสิกร (0.15%, ขั้นต่ำ 50 บาท) = 75 บาท (เพราะ 0.15% = 75 บาท สูงกว่าขั้นต่ำ)
  • ถ้าใช้ เอสบีไอ (0.075%, ไม่มีขั้นต่ำ) = 37.50 บาท

เห็นไหมว่า การ เปรียบเทียบโบรกเกอร์ แม้เพียง 0.075% เทียบกับ 0.15% ก็เซฟเงินได้ 37.50 บาทต่อครั้ง ถ้าซื้อ 100 ครั้งต่อปี ก็ประหยัดได้ 3,750 บาท

ขั้นตอนการเลือก เปรียบเทียบโบรกเกอร์ ที่เหมาะสม

  1. ระบุรูปแบบการลงทุน - คุณวางแผนจะซื้อหุ้นบ่อยแค่ไหน อัตราเท่าไหร่
  2. เลือกประเภทบัญชี - Cash Balance หรือ Cash Account
  3. คำนวณค่าธรรมเนียมประมาณปริมาณจริง - ค่าธรรมเนียมเปอร์เซ็นต์ + ค่าขั้นต่ำ
  4. ตรวจสอบบริการเพิ่มเติม - ข้อมูล ความเร็ว แอปพลิเคชัน
  5. ลองใช้บริการฟรี - หลายโบรกเกอร์ให้ทดลองบัญชีเดโม
  6. เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมรวมต่อปี - ไม่ใช่แค่อัตราเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ข้อลงท้าย

ผลกำไรของนักลงทุนไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงการเลือกหุ้นที่ดี แต่การ เปรียบเทียบโบรกเกอร์ เพื่อลดต้นทุนค่าธรรมเนียมก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ในปี 2569 นี้ มีตัวเลือกโบรกเกอร์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ค่าคอมเกือบ 0% ไปจนถึงค่าคอมมาตรฐาน การเลือกให้ถูกต้องสำหรับสไตล์การลงทุนของคุณจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำความคิดให้ดี

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ต่างๆ ให้ครบครันก่อนตัดสินใจ และจำไว้ว่าค่าธรรมเนียมต่ำ ไม่ใช่เพียงตัวชี้วัดสำคัญตัวเดียว บริการและความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ก็เป็นส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน

This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
  • รางวัล
  • แสดงความคิดเห็น
  • repost
  • แชร์
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น
  • ปักหมุด