GLD

คำนวณราคา SPDR Gold Shares ETF

price.closed
GLD
฿413.82
-฿3.17(-0.76%)

data.updated

v2.stock.overview v2.daily.trading v2.range.52w

key.stats

yesterday.close฿416.99
market.size฿150.50B
volume.trade5.81M
pe.ratio0.00
div.yield0.00%
net.income฿0.00
revenue฿0.00
earnings.date2023-03-31
rev.estimate฿0.00
shares.out360.93M
beta0.16

about.stock

The investment objective of SPDR Gold Trust (the "Trust") is for the shares to reflect the performance of the price of gold bullion, less the Trust's expensesThe first US traded gold ETF and the first US-listed ETF backed by a physical assetFor many investors, the costs associated with buying GLD shares in the secondary market and the payment of the Trust's ongoing expenses may be lower than the costs associated with buying, storing and insuring physical gold in a traditional allocated gold bullion account
sectorFinancial Services
industryAsset Management
headquartersNew York City,None,US

stock.faq

stock.price

x
current.stats

52w.range.q

x

pe.ratio.q

x

market.cap.q

x

eps.recent.q

x

buy.sell.q

x

price.factors

x

buy.how

x

risk.warn

risk.notice

disclaimer2

risk.disclosure

กระทู้ร้อนแรงเกี่ยวกับ SPDR Gold Shares ETF (GLD)

PaperHandSister

PaperHandSister

05-20 17:29
เมื่อเร็ว ๆ นี้เห็นหลายคนถามว่าซื้อทองคำที่ไหนคุ้มที่สุด ก็เลยรวบรวมบันทึกการลงทุนของตัวเองมาแบ่งปัน 5 ช่องทางการลงทุนทองคำพร้อมข้อดีข้อเสีย พูดตามตรงเลยว่า ทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในช่วงไม่กี่ปีนี้ก็กลายเป็นที่นิยมขึ้นมา จริง ๆ แล้ว ตั้งแต่ปี 2024 ราคาทองคำก็ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ทองคำทั่วโลกมีการซื้อสุทธิ 1045 ตัน ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ราคาทะลุ 2700 ดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึงปี 2025 ก็ยิ่งน่าตื่นเต้น อัตราการขึ้นของราคาปีเดียวถึง 64.72% สูงสุดก็ทะลุ 5600 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่าปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำก็ซับซ้อน การคาดการณ์แนวโน้มระยะสั้นจริง ๆ ยากมาก กลยุทธ์ของผมเองเป็นประมาณนี้: ถ้าต้องการถือทองคำระยะยาวเพื่อรักษามูลค่า จุดสำคัญคือหาเวลาซื้อที่ดี อย่ารอให้ราคาขึ้นไปแล้วค่อยคิดจะเข้า ถ้าจะลงทุนระยะยาวก็สามารถพิจารณาทองคำแท่ง ทองในบัญชี หรือ ETF ทองคำ แต่ถ้าต้องการทำกำไรเร็ว ๆ พร้อมรับความเสี่ยง การเทรดระยะสั้นแบบเด้งขึ้นลงก็เหมาะสมกว่า ซึ่งในช่วงนี้ก็ใช้อนุพันธ์ทองคำและสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ได้ ซื้อทองคำที่ไหนก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การลงทุนของคุณ ผมจะเริ่มจากทองแท่ง ถ้าคุณต้องการป้องกันเงินเฟ้อและรักษามูลค่า การซื้อทองแท่งจากธนาคารโดยตรงก็ปลอดภัย เช่น Maybank, Public Bank, HSBC, RHB Bank ของมาเลเซีย ก็ใช้ได้ดี สหรัฐอเมริกาก็มี JPMorgan, Bank of America, Wells Fargo เป็นต้น ส่วนฮ่องกงก็มี HSBC, Hang Seng Bank แต่ต้องจำไว้ว่าทองแท่งมีสภาพคล่องไม่ดี ต้องเสียค่าธรรมเนียมเก็บรักษา และค่าธรรมเนียมการซื้อขายก็สูง (1%~5%) จึงไม่เหมาะกับการเทรดบ่อย ถ้าไม่อยากถือทองจริง ๆ ก็มีทางเลือกคือบัญชีทองในธนาคาร เป็นทางออกที่สมดุล ธนาคารจะเก็บทองให้คุณเอง คุณแค่เปิดบัญชีฝากทองเท่านั้น หลายธนาคารในมาเลเซียก็มีบริการนี้ ค่าธรรมเนียมประมาณ 1% แต่ต้องระวังค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย สหรัฐอเมริกาน้อยกว่าที่จะมีบริการนี้ ส่วนฮ่องกงก็มี HSBC ให้บริการ อยากลงทุนด้วยเงินน้อยลง? ETF ทองคำก็เป็นตัวเลือกที่ดี เช่น 0828EA ของมาเลเซีย, GLD และ IAU ของสหรัฐอเมริกา ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ กองทุนเหล่านี้มีสภาพคล่องดี ซื้อขายง่าย แต่ก็มีข้อจำกัดคือทำได้แต่ซื้อ (Long) ไม่สามารถขายชอร์ต (Short) ได้ ค่าธรรมเนียมการบริหารก็ต้องคำนวณ เช่น 0.25%~1% ต่อปี ในมาเลเซียก็สามารถซื้อผ่านโบรกเกอร์ในตลาดหุ้นท้องถิ่นได้ ถ้ามีบัญชีต่างประเทศก็สามารถซื้อ ETF ทองคำในตลาดหุ้นอเมริกาได้ เช่นเดียวกับในฮ่องกงก็มี ETF ฮั่งเส็งทองคำให้เลือก ถ้าคุณมีประสบการณ์การเทรด ก็อยากให้ลองใช้อนุพันธ์อย่างฟิวเจอร์สและ CFD ซึ่งจะให้ความยืดหยุ่นมากขึ้น ฟิวเจอร์สสามารถเทรดสองทิศทาง ใช้เลเวอเรจสูง เหมาะกับการเทรดระยะสั้น แต่ก็มีวันหมดอายุ ต้องเปลี่ยนสัญญา และค่าธรรมเนียมก็ไม่ต่ำมาก ส่วน CFD ก็ยืดหยุ่นกว่า ไม่มีวันหมดอายุ เริ่มต้นเปิดบัญชีได้ด้วยจำนวนเงินต่ำมาก เช่น 0.01 ล็อต เลเวอเรจก็มีให้เลือกหลายระดับ แม้ในมาเลเซียจะไม่มีตลาด CFD มากนัก แต่ก็สามารถเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ได้รับการควบคุมได้ สหรัฐอเมริกามีการควบคุม CFD เข้มงวด ฮ่องกงก็มีแพลตฟอร์มอย่าง IG Markets, Plus500, Saxo Capital Markets ให้บริการ พูดถึงว่าซื้อทองคำที่ไหนคุ้มที่สุด ผมแนะนำให้เลือกตามระดับความเสี่ยงและสไตล์การเทรดของตัวเอง นักลงทุนสายอนุรักษ์นิยมก็เลือกทองแท่งหรือ ETF ส่วนสายกล้าหาญก็ลองฟิวเจอร์สหรือ CFD ดู สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มจากบัญชีจำลอง ฝึกฝนความเข้าใจตลาดก่อน แล้วค่อยลงทุนด้วยเงินจริง สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อใช้เลเวอเรจในการเทรด ต้องระวังให้ดี
0
0
0
0
AirdropHunter9000

AirdropHunter9000

05-20 14:53
เมื่อไม่นานมานี้เห็นหลายคนพูดคุยเกี่ยวกับการลงทุนในทองคำ ผมเองก็เคยเล่นสมุดบัญทองคำ ตั้งแต่ปีที่แล้วราคาทองอยู่ที่ประมาณ 3000 กว่าบาท แล้วก็ขึ้นไปถึง 4240 กำไรยังไม่เลวเลย แต่สำหรับมือใหม่คำถามยอดฮิตคือ สมุดบัญทองคำของธนาคารไหนดี และควรซื้อไหม พูดตรงๆ เลย สมุดบัญทองคำในเชิงพื้นฐานคือเลขบัญชีทองคำที่ธนาคารช่วยบันทึก คุณฝากเงินบาทเข้าไป ธนาคารก็แปลงเป็นกี่กรัมทองคำบันทึกไว้ในสมุดบัญชี ไม่มีตัวตนจริง และไม่ให้ดอกเบี้ย เป็นแค่การเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา เทรนด์การซื้อทองคำของธนาคารทั่วโลกในสองปีนี้ก็ซื้อกันมากขึ้นเกิน 1000 ตัน ทำให้ความต้องการพุ่งสูง แต่ก็อย่าไปเชื่อข่าวลือมากเกินไป สิ่งนี้เหมาะสำหรับการถือระยะยาว ไม่เหมาะสำหรับการซื้อขายบ่อยๆ ระยะสั้น พูดถึงสมุดบัญทองคำของธนาคารไหนดี ผมก็ลองดูธนาคารหลักในไต้หวัน ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ธนาคารไต้หวัน, ธนาคาร First, ธนาคาร China Trust, ธนาคาร E.SUN, ธนาคาร South China ก็มีให้บริการ ค่าธรรมเนียมเปิดบัญชีที่เคาน์เตอร์ประมาณ 100 เหรียญ, ออนไลน์ประมาณ 50 เหรียญ ส่วนการซื้อขายแต่ละครั้งเกือบจะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้ากำหนดยอดรายเดือนก็จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 100 เหรียญต่อเดือน การโอนก็ต้องจ่ายเงิน ราคาก็ใกล้เคียงกัน คิดเป็นประมาณ 0.7% ในเงินบาท และประมาณ 0.5% ในดอลลาร์สหรัฐ ผมเองเปิดบัญชีที่ธนาคารไต้หวัน เพราะสะดวกกับอินเทอร์เฟซออนไลน์ ราคาดอลลาร์น้อยกว่า และมีสาขาเยอะ แต่จริงๆ แล้ว การเลือกสมุดบัญทองคำของธนาคารไหนดี ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวก ใกล้บ้าน ค่าธรรมเนียมถูก หรือแอปใช้งานง่าย ก็พอแล้ว ความแตกต่างก็ไม่มากนัก บางทีธนาคารก็มีโปรโมชั่นลดค่าธรรมเนียมเปิดบัญชีด้วย ลองรอดูช่วงเวลานั้นก็ได้ ขั้นตอนเปิดบัญชีก็ง่ายมาก นำบัตรประชาชน บัตรประกันสุขภาพ และตราประทับ ไปที่เคาน์เตอร์ธนาคาร กรอกแบบฟอร์มผูกบัญชีหักเงิน ก็เสร็จแล้ว หลังจากเปิดบัญชีแล้ว การซื้อขายก็สะดวกเหมือนโอนเงินผ่านออนไลน์ เริ่มต้นแค่ 200 เหรียญ ก็ซื้อได้แล้ว นอกจากนี้ยังตั้งคำสั่งซื้อขายอัตโนมัติแบบราคากำหนด หรือเปิดบัญชีสมุดออมทองแบบกำหนดยอดรายเดือนก็ได้ ตอนขายก็ง่าย แค่เข้าออนไลน์กดโอนกลับเข้าบัญชีออมทรัพย์ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่สิ่งนี้ก็มีข้อเสียที่ควรรู้ไว้ อย่างแรก คือทำได้แค่ซื้อรอให้ราคาขึ้น ไม่สามารถทำ short ได้ อย่างที่สอง ราคาซื้อขายต่างกันประมาณ 1.5% ซึ่งแพงกว่า ETF เล็กน้อย อย่างที่สาม ต้องขายในเวลาทำการของธนาคาร บางทีถ้าต้องการออกก่อนก็อาจจะลำบาก และสุดท้าย ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อขายออกทุกปีในเดือนพฤษภาคม วิธีเล่นของผมคือใช้สมุดบัญดอลลาร์ของธนาคารไต้หวัน โดยอ้างอิงเส้นค่าเฉลี่ย MA60 วัน ถ้าราคาตกลงมาประมาณ 3-5% ก็จะเพิ่มทุน เพื่อเฉลี่ยต้นทุนและหลีกเลี่ยงการซื้อในจุดสูงสุด ช่วงตลาดปี 2025 ผมใช้กลยุทธ์นี้ทำกำไรประมาณ 15% แต่ตอนนี้ราคาทองคำก็สูงมากแล้ว ไม่แนะนำให้ลงทุนแบบ All in ควรเป็นการลงทุนแบบกำหนดยอดรายเดือนแบบคงที่จะปลอดภัยกว่า ถ้าคุณอยากเล่นระยะสั้นหรือมีเงินสดเข้ามา สมุดบัญทองคำอาจไม่เหมาะนัก ในกรณีนี้ก็สามารถพิจารณา ETF ทองคำ เช่น 00635U ของตลาดหุ้นไต้หวัน หรือ GLD ของตลาดหุ้นอเมริกา ซึ่งไม่มีค่าซื้อขายต่างกันมาก มีสภาพคล่องดี ค่าธรรมเนียมบริหารประมาณ 0.4-1% ต่อปี หรือจะเล่นทองคำแท้ในตลาดโลกอย่าง XAUUSD ก็ได้ ซึ่งเทรดได้ 24 ชั่วโมง มีสเปรดต่ำมาก สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้รวดเร็ว แต่ต้องระวังความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการใช้เลเวอเรจ สรุปแล้ว สมุดบัญทองคำของธนาคารไหนดี จริงๆ แล้วไม่มีคำตอบแน่นอน ขึ้นอยู่กับความสะดวกและนิสัยการใช้งานของแต่ละคน สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจากธนาคารไต้หวันหรือ First Bank ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่และเชื่อถือได้ ถ้าคุณไม่อยากเฝ้าหน้าจอ ก็สมุดบัญทองคำก็เป็นทางเลือกที่ดี ปลอดภัย สะดวก และความเสี่ยงต่ำ แต่ก็อย่าหวังรวยเร็ว นี่เป็นการลงทุนระยะยาวที่มั่นคง ควรทำเป็นประจำแบบกำหนดยอดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
0
0
0
0
MEVHunterNoLoss

MEVHunterNoLoss

05-20 12:09
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง พุ่งขึ้นไปกว่า 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ หลายคนเริ่มพิจารณาการลงทุนในทองคำอย่างจริงจัง แต่พูดตามตรง การลงทุนในทองคำก็มีหลายวิธี ค่าใช้จ่ายก็แตกต่างกันมาก ผมใช้เวลาสักหน่อย整理ข้อมูลมาแบ่งปันให้ทุกคนฟัง เริ่มจากพูดถึงว่าทำไมตอนนี้คนสนใจทองคำมากเป็นพิเศษ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด ค่าภาวะเงินเฟ้อคาดการณ์สูงขึ้น ทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจึงน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2024 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 1,045 ตัน ติดต่อกันสามปีเกินพันตัน ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาทองทะลุ 2,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปได้ Goldman Sachs คาดการณ์ว่าในกลางปี 2026 ราคาทองอาจแตะ 4,000 ดอลลาร์ แต่ต้องระวังว่าราคาทองในระยะสั้นมีความผันผวนสูง ซึ่งยากที่จะทำนาย จุดสำคัญคือการหาจุดเข้าออกที่เหมาะสม พูดถึงการซื้อทองคำแท้ ไปซื้อที่ไหน ผมว่าขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนของคุณ ถ้าหวังเก็บรักษาไว้ระยะยาว การซื้อทองคำแท้เป็นตัวเลือกหนึ่ง แต่ก็มีต้นทุนที่ไม่ต่ำ Taiwan Bank เป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้ เริ่มต้นซื้อขั้นต่ำ 100 กรัม คุณภาพรับประกัน แต่ต้องเตรียมค่าบำรุงรักษา ถ้าขนาดเล็กก็ไปซื้อที่ร้านทองก็ได้ ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์และราคา ข้อเสียของทองแท้คือสภาพคล่องต่ำ ไม่มีผลตอบแทน เป็นแค่เครื่องมือเก็บมูลค่า ถ้าไม่อยากถือครองของจริง ก็มีวิธีที่สะดวกกว่า นั่นคือสมุดบัญชีทองคำเหมือนทองคำกระดาษ ธนาคารดูแลให้ ซื้อขายง่าย ค่าธรรมเนียมประมาณ 1% เหมาะสำหรับคนที่เทรดไม่บ่อย ส่วน ETF ทองคำก็มีเกณฑ์ต่ำกว่า มีสภาพคล่องดี เช่นในตลาดหุ้นไทยก็มี 00635U ในตลาดอเมริกาก็มี GLD และ IAU แต่สามารถซื้อได้แต่ฝั่งซื้อเท่านั้น ไม่สามารถขายชอร์ตได้ เหมาะสำหรับมือใหม่และนักลงทุนระยะยาวมากกว่า ถ้าผมแนะนำ ถ้าคิดจะทำกำไรจากการเทรดระยะสั้น ก็ใช้อนุพันธ์ทองคำอย่างฟิวเจอร์และ CFD เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ฟิวเจอร์เทรดได้ 24 ชั่วโมง สามารถทำสองทางได้ แต่มีวันหมดอายุและต้นทุนการเปลี่ยนสัญญา CFD ก็ยืดหยุ่นกว่า ไม่มีวันหมดอายุ ขึ้นอยู่กับมาร์จิ้นขั้นต่ำก็เริ่มต้นได้ไม่กี่ดอลลาร์ แน่นอนว่าการใช้เลเวอเรจเป็นดาบสองคม กำไรอาจขยาย แต่ขาดทุนก็ขยายเช่นกัน มือใหม่ควรระวังให้ดี การซื้อทองคำแท้ที่ไหนคุ้มค่าที่สุด ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ ถ้าถือระยะยาวก็เลือกทองคำแท้หรือ ETF ถ้าเทรดระยะสั้นก็เลือกฟิวเจอร์หรือ CFD ในด้านต้นทุน ทองคำแท้มีค่าธรรมเนียมสูงสุด (1%-5%) สมุดบัญชีทองคำก็มีค่าธรรมเนียมประมาณ 1% ส่วน ETF ค่าธรรมเนียมต่ำสุด (0.25%-0.4%) ส่วนฟิวเจอร์และ CFD ค่าธรรมเนียมถูกที่สุด แต่ก็ต้องบริหารความเสี่ยงจากเลเวอเรจให้ดี คำแนะนำของผมคือ ถ้าคุณเป็นมือใหม่ เริ่มจากสมุดบัญชีทองคำหรือ ETF ก่อน เพื่อทดลองตลาด เมื่อมีประสบการณ์แล้วค่อยพิจารณาฟิวเจอร์หรือ CFD ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้การวิเคราะห์กราฟและแนวโน้ม ไม่ใช่ตามกระแสอย่างเดียว ทองคำเป็นการลงทุนที่ดี แต่ต้องหาแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเองให้เจอ
0
0
0
0